ร้านปังชาเชียงราย ยังเปิดตามปกติ ลูกค้าแห่ให้กำลังใจล้นร้าน หลังถูกร้านใหญ่เรียกค่าละเมิดชื่อ เป็นเงิน 102 ล้านบาท
วันที่ 31 ส.ค. 66 จากกรณีเอกชนรายหนึ่งที่กรุงเทพฯ แจ้งให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นซึ่งเป็นเจ้าของร้านปังชา น้ำชาเชียงราย ตั้งอยู่บนถนนพหลโยธินสายใน เทศบาลนครเชียงราย อ.เมือง จ.เชียงรย ให้เลิกใช้คำว่า “ปังชา” เพราะมีการจดทะเบียนชื่อเอาไว้แล้ว พร้อมเรียกค่าเสียหายเป็นเงินกว่า 102 ล้านบาทนั้น ล่าสุดพบว่าร้านปังชา น้ำชาเชียงราย ยังคงเปิดให้บริการลูกค้าตามปกติ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป โดยเมื่อถึงเวลาจะมีการนำเก้าอี้และโต๊ะขนาดเล็กมาเสริมที่หน้าร้าน ส่วนภายในก็มีโต๊ะและเก้าอี้ตามปกติ ซึ่งนายวีระชาติ ไอยรากาญนาศักดิ์ หนุ่มเชียงรายวัย 36 ปี เจ้าของร้านได้นำพนักงานของร้านออกมาให้บริการอย่างคึกคักเช่นเดิม

นายวีระชาติ กล่าวว่า ช่วงแรกที่ทราบข่าว ตนและครอบครัวมีความเครียดกันมาก นอนแทบไม่หลับมานานนับเดือน แต่พอมีข่าวและมีผู้รู้กฏหมายได้มาให้คำปรึกษา ตนก็รู้สึกโล่งใจมาบ้างแล้ว ทีแรกยังมีคุยๆกันกับแฟนว่า หากมีการฟ้องร้องจนต้องจ่ายเงินมากถึง 102 ล้านบาทจริง ตนและแฟนก็คงต้องไปจดทะเบียนหย่ากัน เพราะตนไม่อยากให้แฟนต้องมาเดือดร้อนไปด้วย แต่ตอนนี้เบาใจไปเยอะแล้ว
“ส่วนกรณีที่คู่กรณีจะมีการขอโทษนั้นตนไม่ขัดข้องใด ๆ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีใครติดต่อมาถึงตน มีเพียงการออกมาเปิดเผยผ่านรายการโทรทัศน์บางรายการเท่านั้น และได้มีบางรายการที่ประสานขอเชิญให้ตนไปร่วมรายการ ซึ่งตนยังไม่ตอบตกลง เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ตนเกิดความกลัวว่า จะพูดผิดหรือให้ข้อมูลผิดจนเกิดผลเสียได้ กระนั้นหากจะไปร่วมก็ขอให้ร้านอื่นๆ ที่เขาได้รับหนังสือเรียกค่าเสียหายเหมือนกัน เช่น ร้านที่ จ.สงขลา ฯลฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมทรัพย์สินทางปัญญา ฯลฯ ไปร่วมด้วยเพื่อให้ได้ข้อยุติ” นายวีระชาติ กล่าว
นายวีระชาติ กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุการณ์พบว่าลูกค้าพากันไปใช้บริการอย่างคับคั่ง โดยคืนวันที่ 30 และ 31 ส.ค. มีลูกค้าไปเต็มร้าน ทำให้ตนมีกำลังใจขึ้นมาก และยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาจะละเมิดลิขสิทธิ์ โดยการออกแบบตัวหนังสือหรือฟอนต์และโลโก้ชื่อร้าน ที่ไม่เหมือนกับเอกชนรายดังกล่าว ล่าสุดผู้บริหารระดับสูงในกรมทรัพย์สินทางปัญญา ยังระบุผ่านสื่อมวลชนด้วยว่า สามารถใช้ชื่อแบบนี้ได้ด้วย ตนจึงอยากให้เรื่องนี้เป็นกรณีศึกษา เพราะหากเกิดกรณีมีผู้ไปจดทะเบียนแล้ว นำไปเรียกค่าลิขสิทธิ์จากเอกชนท้องถิ่นรายอื่นๆ ก็จะเดือดร้อนเหมือนตนและมีข้อสงสัยว่า จะมีมาตรการใดช่วยคุ้มครองพวกเราได้หรือไม่ด้วย














ร่วมแสดงความคิดเห็น