จับตาแก๊งนักล่าสมบัติโบราณ เล็งเป้าหมายวัดร้างมากกว่าร้อยแห่ง ในหลายอำเภอของเชียงใหม่ สำนักศิลปากรที่ 7 เร่งส่ง จนท.เข้าสำรวจ หวั่นถูกรุกราน
จากกรณีตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมกับ กรมศิลปากร แถลงปฏิบัติการทลายแก๊งนักล่าสมบัติโบราณ ที่มีพฤติกรรมออกตระเวนลักลอบขุดค้นหาโบราณวัตถุ และศิลปวัตถุในพื้นที่ทางภาคเหนือ ทั้งจังหวัดเชียงใหม่ พะเยา สุโขทัย และลำปาง สร้างเป็นคอนเทนต์ขายทางออนไลน์ โดยจับกุมผู้ต้องหาร่วมขบวนการได้ทั้งหมด 3 ราย คือนายทศพร อายุ 26 ปี , นายทศพล อายุ 19 ปี สองพี่น้อง และนายศรีออน อายุ 46 ปี พร้อมของกลางเครื่องสแกนโลหะ 11 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์การขุดและ โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ จำนวน 970 ชิ้น สมุดบัญชีธนาคาร 4 เล่ม ที่มีเงินหมุนเวียนรวมกว่า 10 ล้านบาท ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

ล่าสุดวันนี้ (6 ก.ย.66) นายเทอดศักดิ์ เย็นจุระ ผู้อำนวยการ กลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงใหม่มีวัดร้างที่ยังรอการขุดแต่งทางโบราณคดีมากกว่า 100 แห่ง กระจายในหลายอำเภอ ซึ่งความเก่าแก่และพื้นที่ที่อยู่ตามป่าเขา ทำให้กลายเป็นเป้าหมายของกลุ่มนักล่าสมบัติโบราณ

โดยกลุ่มคนพวกนี้จะนำอุปกรณ์เครื่องมือสแกนโลหะหรืออุปกรณ์ขุดค้นอื่น ๆ ลอบเข้าไปค้นหาโบราณวัตถุและศิลปวัตถุ นำไปขายให้กับกลุ่มนักสะสมหรือร้านรับซื้อของเก่า ที่มีอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดอื่น ๆ ซึ่งการนำวัตถุโบราณเหล่านี้ออกไป จะสร้างความเสียหายให้กับโบราณสถานและโบราณวัตถุที่เป็นสมบัติของชาติ และจะมีความผิดตามมาตรา 31 แห่ง พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑ สถานแห่งชาติ ที่ระบุว่า “ผู้ใดเก็บได้ซึ่งโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ซ่อนหรือฝัง หรือทอดทิ้งโดยพฤติการณ์ซึ่งไม่มีผู้ใดสามารถอ้างว่าเป็นเจ้าของได้ และเบียดบังเอาโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุนั้นเป็นของตนหรือของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 7 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สำนักศิลปากรที่ 7 มีไม่มากพอ ประกอบกับโบราณสถานที่เป็นเป้าหมาย ส่วนใหญ่จะอยู่กระจายในพื้นที่ห่างไกล ทำให้ยากต่อการเฝ้าระวังและดูแลอย่างทั่วถึง จึงต้องอาศัยความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายประชาชน ที่จะช่วยกันสอดส่องดูแลปกป้องรักษาสมบัติของชาติ หากพบพฤติกรรมที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที













ร่วมแสดงความคิดเห็น