ก่อนประชุมตรวจอาวุธ หน้าห้องประชุมสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน จำกัด เป็นการประชุมใหญ่ประจำปี 2566 ที่ประชุมพูดถึงการเอาผิดผู้ทุจริตเงินสหกรณ์ จับได้ไม่กี่คน สมาชิกสงสัยมีผู้อยู่เบื้องหลังหรือไม่ ผู้การลำพูน หวังปิดช่องโหว่การทุจริต ช่วยเหลือผู้เสียหายงดดอกเบี้ยเงินกู้ 2 เดือน
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 27 ต.ค.2566 ผู้สื่อข่าวรายงานหน้าห้องประชุมใหญ่ อบจ.ลำพูน อ.เมือง จ.ลำพูน มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน จำกัด ได้มีเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ E.O.D พร้อมเครื่องตรวจจับโลหะ แบบเดินผ่าน(Walk Through) และเครื่องตรวจจับโลหะ แบบมือตรวจคัดกรองผู้เข้าร่วมประชุม ปฏิบัติหน้าที่ จำนวน 4 นาย เพื่อรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในการประชุมดังกล่าว
ต่อมา พล.ต.ต.บุณยวัต เกิดกล่ำ ผบก.ภ.จว.ลำพูน และในฐานะประธานสหกรณ์ฯเป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน จำกัด ได้เปิดเผยถึงรายรับรายจ่ายของสหกรณ์ประจำปี

ในที่ประชุมได้มีสมาชิกเสนอปัญหาการทุจริตของเจ้าหน้าที่สหกรณ์ฯชุดก่อนหน้านี้ ปลอมแปลงเอกสารของสมาชิกเพื่อนำไปกู้เงินสหกรณ์ รวมเงินเสียหายไปจำนวนกว่า 200 ล้านบาท มีผู้เสียหายกว่า 400 ราย ที่ประชุมแจ้งไว้ว่ามีในวาระการประชุมแล้ว และมีการจัดโครงการงดดอกเบี้ยเงินกู้ช่วยเหลือสมาชิกที่ได้รับผลกระทบจากการจ่ายเงินปันผลในปีงบประมาณ 2566 กรณีงดดอกเบียสมาชิกพอใจ แต่งดจ่ายเพียง เดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม 2566 นี้เท่านั้น

ในที่ประชุมขอรับรองการประชุม วาระการประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2565 (ปีที่แล้ว) สมาชิกเสนอไม่รับรอง เพราะพบว่า มีการทุจริตเงินสหกรณ์ สมาชิกจึงไม่รับรอง ในที่ประชุมจึงเลื่อนไปก่อน
พล.ต.ต.บุณยวัต ผบก.ภ.จว.ลำพูน กล่าวในที่ประชุมถึงปัญหาการทุจริตเงินสหกรณ์ ว่า ที่ผ่านมาได้ทำงาน คือ 1.หาคนกระทำความผิดได้แล้ว 2.หาสาเหตุปัญหาและปิดช่องโหว่ที่มีการกระทำความผิด เช่นการกู้ การฝาก ต้องทำให้ถูกต้อง
“ด้านคดี ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อแก้ไขปัญหาให้สมาชิกตามลำดับ และดำเนินการต่อไป และวันนี้สหกรณ์ก็ยังเปิดประกอบการและมีรายได้ ปีนี้ถือว่า เป็นปีแห่งการเริ่มต้นที่จะกลับไปสู่ภาวะของการทำงาน มีความชัดเจน ที่ผ่านมาเป็นการสะสาง และดำเนินการอยู่ ต่อไปการบริหารสหกรณ์ที่ตรงกับความเป็นจริง ฝ่ายจัดการ คณะกรรมการดำเนินการ ตามอำนาจหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ของสหกรณ์ ปฏิบัติตามกฏหมายและมติของสหกรณ์ที่ไม่ขัดต่อกฏหมาย”
ผู้การจังหวัดลำพูน กล่าวอีกว่า การว่าจ้างฝ่ายจัดการ และ จนท.สหกรณ์ ที่มอบหมายและว่าจ้าง ยังมีฝ่ายตรวจสอบ ก็มาตรวจสอบฝ่ายจัดการ และ จนท.มีรายงานมาทุกเดือน ยังมีผู้สอบบัญชีอีกส่วนหนึ่งให้ถูกต้อง เมื่อเปรียบเทียบก็คล้าย สตง.หรือ จเรตำรวจ และมีผู้ตรวจการสหกรณ์ก็มาปฏิบัติหน้าที่ด้วย เพื่อให้สหกรณ์ ได้รักษาความมั่นคงทางการเงินให้ดีที่สุด ผู้การจังหวัดลำพูน กล่าวตอนหนึ่งในที่ประชุม
ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ในที่ประชุมได้มีการสอบถามถึงปัญหาที่สมาชิกสหกรณ์ฯถูกปลอมเอกสารแล้วกู้เงินสหกรณ์เสียหายไปรวม 200 ล้าน สมาชิกที่เป็นผู้เสียหายกว่า 400 ราย
สมาชิกสหกรณ์รายหนึ่ง กล่าวหลังปิดการประชุมว่า มีข้อค้างคาใจอยู่ เช่น สำนวนเอาผิดผู้กระทำผิด 3 คน เป็นไปอย่างล่าช้า เวลาผ่านมาประมาณ 10 เดือนแล้ว ยังไม่ส่งสำนวนให้อัยการจังหวัดลำพูน ครั้งที่ 2 ได้เลย จากที่อัยการเห็นว่า การส่งสำนวนครั้งแรกในสำนวน ระบุยอดเงินเสียหาย 6.8 ล้านบาท มีผู้เสียหาย 16 คน เมื่ออัยการท่านทราบถึงค่าเสียหายกว่า 200 ล้านบาท ก็ตีกลับให้ทำสำนวนใหม่ แต่เวลาผ่านไปนานหลายเดือน หากครบ 1 ปี ก็จะหมดอายุความในคดีแพ่งได้
อย่างไรก็ตาม การจับกุมผู้กระทำผิดได้มาจำนวน 3 ราย ยึดทรัพย์ได้ 16 ล้านบาท ถือว่าจำนวนน้อยมาก จากที่เสียหายไปมากกว่า 200 ล้านบาท ทางสมาชิกยังมีข้อสงสัยอีกว่า 3 คนที่จับได้ มีผู้อยู่เบื้องหลังอีกหรือไม่ เพราะเพียง 3 คน ไม่น่าจะสามารถจะวางแผนการทุจริตเงินกว่า 200 ล้านบาทได้ ซึ่งเรื่องนี้สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน จำกัด จำนวนมาก เกิดข้อสงสัยอยู่ หลังปิดการประชุมไปเมื่อวันที่ 27 ต.ค.2566 ที่ผ่านมา สมาชิกสหกรณ์ คนหนึ่งกล่าว และบอกอีกว่า ยังมีข้อสงสัยอื่นๆอีกจำนวนมาก หากมีหลักฐานจะแจ้งให้สื่อมวลชนทราบต่อไป.










ร่วมแสดงความคิดเห็น