หนุ่มอินเดียฆ่ารัดคอแฟนสาว ทิ้งศพในโรงแรม

พิษรักแรงหึง หนุ่มอินเดียฆ่ารัดคอแฟนสาวน่าน ทิ้งศพในโรงแรม ด้านมือฆ่าหลังก่อเหตุ ขี่รถจักรยานยนต์ ไปกระโดดสะพานบางปะกงต่อหน้าต่อตาตำรวจ

เมื่อเวลา 01.00 น. ( 21 พ.ย.66 ) ร.ต.อ.สราวุธ ศิลป์สาย รอง.สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุ มีผู้หญิงถูกทำร้ายจนเสียชีวิตภายในห้องพัก ของโรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านพัทยากลาง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้ว พร้อมด้วย พ.ต.อ.ฐนพงศ์ โพธิ์ทิ ผกก. พ.ต.ท.ฐานานนท์ อธิพันธ์ รอง.ผกก.สส. กำลังตำรวจฝ่ายสืบสวน ทั้ง สภ.เมืองพัทยา , ตำรวจ ตม. , ตำรวจท่องเที่ยว , ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน 2 ชลบุรี แพทย์เวร รพ.บางละมุง และ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ฯเมืองพัทยา รุดไปทำการตรวจสอบ

ที่เกิดเป็นโรงแรมสูง 7 ชั้น ตรวจสอบภายในห้องพัก พบศพหญิงไทย ทราบชื่อว่า น.ส.จิราภา อายุ 25 ปี ที่อยู่ม.2 ต.หนองแดง อ.แม่จริม จ.น่าน สภาพศพนอนหงายอยู่บนพื้นห้อง ข้างเตียงนอน ศรีษะหนุนหมอน สวมเสื้อคอกลมสีครีมคลุมทับด้วยเสื้อคลุมสีดำ นุ่งกระโปรงขาสั้นสีดำ มีเชือกผ้า สีขาวดำ ( คล้ายกับเชือกมัดรองเท้า หรือ เชือกร้อยหูกางเกงกีฬา ) ความยาวประมาณ 60-70 ซม. รัดอยู่บริเวณลำคอ โดยศพเสียชีวิตมาแล้วไม่มาแล้วประมาณ 3-4 ชม.

นางสาว ปาราวตี อายุ 47 ปี ซึ่งผู้ตายให้ความเคารพเป็นน้า เล่าว่า ก่อนหน้านี้ ผู้ตาย ได้บอกกับ พี่ๆน้องๆ ว่า จะมาเคลียร์ปัญหากับอดีตแฟนชาวอินเดีย ที่โรงแรมดังกล่าว โดยออกจากบ้านพักย่านซอยทุเรียน พัทยาใต้ มาตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 6 โมงเย็น ( 20 พ.ย.66 ) จนกระทั่งช่วงประมาณเที่ยงคืน ผู้ตายได้ขาดการติดต่อ ด้วยความเป็นห่วง จึงพากันมาที่โรงแรม เมื่อมาถึงพยายามเคาะประตูเรียก แต่กลับไม่มีเสียงการตอบรับ เมื่อเห็นท่าไม่ดี จึงประสานทางโรงแรม นำกุญแจสำรองมาเปิดห้องพัก เมื่อเปิดประตูเข้าไปดู ก็ถึงกับช็อกเมื่อพบว่าน้องถูกฆ่ารัดคอจนเสียชีวิต ส่วนสาเหตุ น่ามาจากเรื่องหึงหวง เพราะปัจจุบันผู้ตายมีแฟนใหม่ไปแล้ว หลังเลิกลากับแฟนชาวอินเดียรายนี้ อีกทั้งชาวอินเดียก็พยายามง้อขอคืนดี แต่ ผู้ตายปฏิเสธ นอกจากนี้ หลังชาวอินเดียได้ก่อเหตุฆ่าผู้ตายจนเสียชีวิตแล้ว ทางเพื่อนๆได้พยายาม ติดต่อไปหาชาวอินเดียรายนี้ ก่อนจะมีการวีดีโอคอลพูดคุย โดยชาวอินเดียได้บอกว่า “ ได้ลงมือฆ่าผู้หญิงตายไปแล้ว และกำลังจะไปกระโดดสะพานฆ่าตัวตายตามที่แม่น้ำบางปะกง”

ล่าสุดชุดสืบสวนได้ออกไล่ล่า ฆาตกรโหดชาวอินเดียรายนี้ ทราบชื่อว่า นายโซนิ ( MR.Soni ) อายุ 37 ปี สัญชาติอินเดีย โดยมีการรายงานว่าช่วงเวลาประมาณตี 1 พบว่า นายโซนิ ขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า พีซีเอ็ก สีดำ ทะเบียนชลบุรี มุ่งหน้าไปยัง จ.ฉะเชิงเทรา แล้วไปจอดรถอยู่บริเวณกลางสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง ถนนบาง-ตราด ก่อนจะปีนขึ้นไปนั่งบนราวสะพาน พอตำรวจสายตรวจ สภ.บางปะกง ไปตรวจสอบ ปรากฏ นายโซนิ ได้กระโดดลงแม่น้ำบางปะกง แล้วจมน้ำหายไปต่อหน้าต่อตาตำรวจ

พ.ต.อ.ฐนพงศ์ โพธิ์ทิ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ออกมาเปิดเผยเบื้องต้นว่า คนร้ายเป็นชาวอินเดีย เพิ่งเดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนเกิดเหตุ ชาวอินเดีย ได้มาเปิดห้องพักที่โรงแรมเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ ( 20 พ.ย.) จากนั้นทั้งคู่ได้พากันเข้ามาในโรงแรมเมื่อช่วงเวลาประมาณ 1 ทุ่ม ก่อนจะเกิดการมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ถึงชายฝ่ายลงมือให้เชือกรัดคอจนเสียชีวิต ก่อนจะเดินออกจากโรงแรมในช่วงเวลา 19.50 น. จากนั้นได้ขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้าไปทาง จ.ฉะเชิงเทรา แล้วไปก่อเหตุกระโดดแม่น้ำบางปะกง ฆ่าตัวตายเพื่อหนีความผิด

ส่วนปมสาเหตุ จากแนวทางการสอบสวน ทราบว่า ผู้ตายกับอดีตแฟนชาวอินเดีย มีการนัดมาเคลียร์ปัญหาที่โรงแรมดังกล่าว โดยฝ่ายชายพยายามง้อขอคืนดี แต่ฝ่ายหญิงปฏิเสธเพราะมีแฟนใหม่แล้ว ทำให้ฝ่ายชายเกิดโมโห จึงเรียกร้อง ขอเงินทอง และ ทรัพย์สิน ที่เคยให้ฝ่ายหญิงไปคืน ประกอบกับความหึงหวง ทำให้ฝ่ายชายลงมือฆ่ารัดคอจนเสียชีวิตดังกล่าว

ล่าสุดพบศพหนุ่มอินเดียที่ก่อเหตุฆ่าแฟนสาวน่าน ที่พัทยาก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์มาที่สะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง แล้วกระโดดลงไปในแม่น้ำบางปะกงก่อนจะจมหายต่อหน้าตำรวจ

หลังจากเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 ร.ต.อ.ปองภพ กุดหอม รองสวป.สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมกำลังและหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา เจ้าตรวจสอบเหตุมีคนจอดรถจักรยานยนต์และยืนอยู่กลางสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง ถนนเทพรัตน(บางนา-ตราด) กม.50 ช่องคู่ขนาน ขาเข้ากทม. หมู่ 1 ต.บางปะกง อ.บางปะกง พบ ชายคล้ายคนอินเดีย สวมหมวกกันน็อคสีดำ เสื้อยืดสีแดง กางเกงยีนส์ ยืนอยู่กลางสะพานและรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีดำ ทะเบียนชลบุรี จอดอยู่ จังหวะที่ ร.ต.อ.ปองภพ กำลังจอดรถยนต์สายตรวจเพื่อจะลงไปคุยปรากฏว่าชายคนดังกล่าวได้ปีนราวสะพานก่อนจะกระโดดลงไปในแม่น้ำบางปะกง แล้วจมหายไปกลางแม่น้ำซึ่งเป็นช่วงน้ำลง โดยเมื่อตรวจสอบชายคนดังกล่าวกับทางตำรวจสภ.พัทยา ทราบชื่อ Mr.soni อายุ 37 ปี ( โซนิ ) ชาวอินเดีย ซึ่งเพิ่งจะก่อเหตุฆ่า น.ส. จิราภา อายุ 25 ปี แฟนสาวแล้วทิ้งศพไว้ในห้องภายในโรงแรมที่พัทยาก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์มาที่สะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง โดยมีคนรู้จักได้โทรวีดีโอคอลจนรู้ว่าอยู่ที่สะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง จากนั้นทางคนที่อยู่ที่พัทยาได้ประสานตำรวจสภ.พัทยาให้ประสานตำรวจสภ.บางปะกง เข้าตรวจสอบ แต่นายโซนิได้กระโดดน้ำเพื่อหนีความผิดทันที

ล่าสุดเมื่อเวลา08.00 น. วันที่ 21 พ.ย. 66 ร.ต.อ.สุริยา ภูมิวัฒน์ รองสว.(สอบสวน)สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา ตรวจสอบเหตุพบศพลอยอยู่ในแม่น้ำบางปะกง บริเวณหน้าบ้านชาวบ้าน หมู่ 9 ต.บางปะกง อ.บางปะกง ทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา จึงนำเรือออกไปนำศพกลับเข้าฝั่ง พบเป็นชายชื่อ Mr.soni อายุ 37 ปี ( โซนิ ) ชาวอินเดีย ซึ่งสวมเสื้อกล้ามสีแดงเลือดหมู กางเกงขายาวสีเขียวขี้ม้า สวมรองเท้าผ้าใบสีดำ กางเกงในสีแดง ลอยคว่ำหน้าอยู่ และพบหมวดกันน็อค ของผู้ตายลอยอยู่กลางแม่น้ำบางปะกง ก่อนจะนำร่างเข้าเรือเพื่อนำกลับเข้าฝั่งบริเวณท่าเรือตลาดลาว หมู่1 ต.บางปะกง อ.บางปะกง ซึ่งตรวจสอบตามคลิปพบว่าเป็นนายโซนิ ที่วีดีโอคอลก่อนกระโดดลงไปในแม่น้ำเพื่อหนีตำรวจ เบื้องต้นทางตำรวจจะส่งร่างชันสูตรที่นิติเวช เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต และจะสอบสวนตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์เพื่อส่งรายละเอียดให้กับทาง สภ.พัทยา เจ้าของพื้นที่ที่เกิดเหตุต่อไปซึ่งใช้เวลาเพียง 6 ชั่วโมงลอยก็ลอยให้คนเห็น

หนุ่มอินเดียฆ่ารัดคอแฟนสาวคนจังหวัดน่าน ดีกรีเป็น รองธิดาชนเผ่าธิดาชนเผ่าเมี่ยน 64

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2516 เวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบ นางบัวไข อายุ 67 ปี ที่อยู่ม.2 ต.หนองแดง อ.แม่จริม จ.น่าน ซึ่งเป็นย่าของผู้ตาย อาศัยอยู่บ้านแต่เพียงผู้เดียว จากการสอบถามทราบว่า ย่าได้รับโทรศัพท์จากพี่สาวของแม่ผู้ตาย แจ้งว่า น้อง มิ้ว ไม่อยู่แล้วหลังจากนั้นก็วางสายไป จนมาทราบข่าวอีกครั้งนึงก็เป็นข่าวไปแล้ว ได้มีพ่อ และญาติพี่สาวของแม่ น้องหมิวได้โทรมาแจ้งว่าน้องมิ้วถูกชาวต่างชาติฆ่าเสียชีวิต ซึ่งขณะนี้ผู้ก่อเหตุ ได้ฆ่าตัวตายเพื่อหนีความผิด ไปแล้ว

สำหรับน้องมิ้ว ได้อาศัยอยู่กับย่า ตั้งแต่เล็กๆหลังจากนั้นพ่อแม่ สำหรับ แม่เป็นชาวชนเผ่าเมี่ยน บ้านน้ำโซ้ง อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน โดยได้แยกทางกับพ่อตั้งแต่น้องหมิว 2/3 ปี อาศัยอยู่กับย่า พ่อ จนย่าและทางญาติส่งเรียนจนจบ ปริญญาตรีสาขาบัญชี มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่น้องมิ้ว เป็นโรงเรียนดีมาโดยตลอด เป็นที่รักของ เพื่อนและญาติๆ และ เรียนหนังสือเก่ง ตั้งแต่ชั้น ประถมจนถึง จบปริญญาตรี ซึ่งในปีที่ผ่านมาโดยหลานสาวชื่อ น้องมิ้ว ดีกรีเป็น รองธิดาชนเผ่าธิดาชนเผ่าเมี่ยน 64 ทางอำเภอแม่จริมเป็นผู้ส่งเข้าประกวดในปีนั้น หลังจากที่เรียนจบแล้วได้ไปอาศัยอยู่กับพี่สาวของแม่ กับพ่อไปๆมาๆ จนกระทั่งได้ เข้าทำงาน อยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง โดยส่งเงินมาให้ย่า ต่อเติมสร้างบ้าน ซึ่งเมื่อวันที่20 ผ่านมาเวลาประมาณ2 หรือ 3 โมง น้องมิ้ว ได้โทรมาแจ้งว่าจะกลับมาบ้านภายในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ จนกระทั่งเวลาประมาณตี 2 หรือตี 3 ของวันนี้ พี่สาวได้โทรมาแจ้ง ว่าน้อง มิ้ว ไม่อยู่กับเราแล้ว

นายพิพัฒพ์ ซึ่งเป็นญาติของน้องมิ้ว ว่า ตนเองทราบข่าวน้องเสียชีวิต รู้สึกตกใจและเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ในชีวิตนั้นน้องมิ้วเป็นที่รักของคนในครอบครัว ตั้งเป็นเด็กตั้งใจเรียน ตั้งแต่จบมาก็ไปทำงานที่กรุงเทพฯอาศัยอยู่กับญาติๆพ่อ นานๆจะกลับมาบ้านเสียครั้งหนึ่ง ครั้งล่าสุดปีที่แล้ว ได้ส่งเงินมาพร้อมกับพ่อ ต่อเติมบ้านให้ย่า อาศัยอยู่ ตนเองรู้สึกมีความเสียใจเป็นอย่างยิ่ง อย่างที่ทราบข่าวน่าจะ ปัญหาเรื่องส่วนตัวของผู้ตายเองซึ่งทางบ้านไม่มีใครทราบและไม่รู้จักผู้ก่อเหตุรายนี้แต่อย่างใด ส่วนศพของน้องมิ้วนั้นต้องรอทางพ่อซึ่งอยู่ที่กรุงเทพฯกับญาติๆ ทางแม่ กำลังประสานกับทางเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนว่าจะดำเนินการต่ออย่างไรซึ่งทางศพนั้นทางญาติจะได้นำมาบำเพ็ญกุศลศพ ไว้ที่บ้าน ของย่า ฌาปนกิจศพวันไหนยังไม่รู้ ต้องคุยกับ ญาติพี่น้อง อีกครั้งหนึ่ง

ร่วมแสดงความคิดเห็น