จากเหตุการณ์ไฟไหม้ใหญ่ย่านการค้าเก่าแก่ของเมืองเชียงใหม่ยังไม่ยืนยันว่าสาเหตุมาจากโคมลอยที่ลักลอบปล่อยกัน แต่ทั่วเมืองเชียงใหม่ตอนนี้พบซากโคมลอยที่ถูกปล่อยตกลงมาเป็นขยะเกลื่อนเมืองทั้งตามถนน ต้นไม้ บ้านเรือนประชาชน แต่โชคดีที่ขี้ไต้ หรือเชื้อเพลิงไหม้ดับหมดแล้ว
ทั้งนี้เชียงใหม่ยังเหลืองานประเพณียี่เป็นคืนนี้อีก 1 คืน ก็ต้องลุ้นต่อว่าจะมีการลักกลอบปล่อยโคมลอยกันอีกหรือไม่ชาวบ้านในเขตเมืองก็ต้องลุ้นหลังคาบ้านใครบ้านมันกันตลอดทั้งคืน

ชึ่งเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ของย่านการค้าเก่าแก่ของเมืองเชียงใหม่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาตอนนี้ยังต้องรอทางเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เข้าเป็นหลักฐานโดยละเอียดเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ แม้ว่าจะมีคำกล่างอ้างจากชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ยืนยันว่าไฟไหม้ครั้งนี้น่าจะมาจากโคมลอยที่ถูกลักลอบจุดขึ้นแล้วไปตกใส่หลังคาบ้าน แต่เจ้าหน้าที่ก็ต้องทำการพิสูจน์หาสาเหตุที่แท้จริงให้กระจ่างออกมา

แม้จะมีมาตรการเข้มในเรื่องของการปล่อยโคมลอย โดยทางจังหวัดได้ออกประกาศกำหนดวันและเวลาปล่อยโคม รวมถึงลักษณะของโคม และพื้นที่ปล่อยโคมอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้กระทบกับการขึ้นลงของอากาศยาน และเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยสามาถทำการปล่อยโคมได้เพียง 2 วันเท่านั้น คือ วันที่ 27 และ 28 พฤศจิกายน 2566 โดยในวันที่ 27 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันลอยกระทงเล็ก จะอนุญาตให้ปล่อยโคมควันหรือว่าวฮมได้เฉพาะเวลา 10.00-12.00 น. ส่วนโคมลอยและโคมไฟ อนุญาตให้ปล่อยได้เฉพาะเวลา 19.00-01.00 น. ส่วนในวันที่ 28 พฤศจิกายน 66 ซึ่งเป็นวันแห่ขบวนกระทงใหญ่ กำหนดให้ปล่อยโคมลอยและโคมไฟได้เฉพาะเวลา 19.00-01.00 น. แต่ไม่อนุญาตให้ปล่อยโคมควันหรือว่าวฮม โดยเน้นย้ำว่า ต้องปล่อยในพื้นที่ที่มีการขออนุญาตแล้วเท่านั้น ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ได้กำหนดพื้นที่ห้ามจุดและปล่อยโคมโดยเด็ดขาดใน 6 อำเภอ 39 ตำบล ประกอบด้วย อำเภอเมือง และอำเภอหางดง ทุกตำบล , อำเภอสารภี ในพื้นที่ตำบลขัวมุง ตำบลดอนแก้ว ตำบลสันทราย ตำบลท่าวังตาล และตำบลหนองผึ้ง , อำเภอสันทราย พื้นที่ตำบลหนองหาร , อำเภอแม่ริม พื้นที่ตำบลดอนแก้ว ตำบลเหมืองแก้ว ตำบลริมใต้ ตำบลแม่สา ตำบลริมเหนือ และอำเภอสันป่าตอง พื้นที่ตำบลทุ่งเสี้ยว
ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ชุมชนและอยู่ในรัศมีของเครื่องบิน สำหรับอำเภอและตำบลอื่น ๆ ที่อยู่นอกเหนือพื้นที่ห้ามเด็ดขาด หากสถานที่ใดจะจัดให้มีการจุดและปล่อยโคมลอย จะต้องยื่นอนุญาตต่อนายอำเภอก่อนไม่น้อยกว่า 30 วัน หรือก่อนวันที่ 28 ตุลาคม 2566 โดยจะต้องทำสัญลักษณ์หรือสี เพื่อให้สะดวกในการติดตามหากมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น พร้อมทั้ง ทำบันทึกข้อตกลงแสดงความรับผิดชอบต่อความเสียหาย และเตรียมแผนรักษาความปลอดภัยรองรับ
ก็ยังพบว่ายังมีการลักลอบปล่อยโคมลอยในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ในค่ำคืนที่ผ่านมาแม้จะเป็นพื้นที่สีแดงห้ามปล่อยโคมลอยอย่างเด็ดขาดในทุกวันทุกช่วงเวลาก็ตาม ซึ่งมีภาพนักท่องเที่ยวนำโคมลอยมาปล่อยริมแม่น้ำปิงให้เห็นกันตลอดทั้งคืน และจุดที่เกิดเพลิงไหม้เองก็อยู่ไม่ห่างจากริมแม่น้ำปิง และบนสะพานนวรัฐที่มีการลักลอบปล่อยโคมลอยกันในช่วงกลางดึก จนมาเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ขึ้นดังกล่าวที่ยังต้องรอการตรวจสอบสาเหตุ
ในวันนี้ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ พบว่ามีซากโคมลอยตกลงมาเกลื่อนเป็นขยะทั้งตามท้องถนน ริมถนน เสาไฟฟ้า บนต้นไม้ บนอาคาร ตามสถานที่ต่าง ๆ รวมทั้งตามบ้านเรือนประชาชน พบซากโคมลอยจำนวนมากตกลงมาเกลื่อนเมือง แต่โชคดีที่เป็นซากโคมลอยที่ ขี้ไต้ หรือเชื้อเพลิงไหม้ไปหมดแล้ว ตัวเชื้อเพลิงที่ใช้ส่วนใหญ่ใช้กระดาษทิชชู่ตัดขวางแล้วชุบพาราฟินหรือขี้ผึ้ง แล้วใช้จุดเพื่อให้เกิดควันและความร้อนให้โคมลอยยกตัว เมื่อเชื้อเพลิงเผาไหม้หมดก็จะตกลงสู่พื้น แต่ที่สำคัญคือนักท่องเที่ยว และประชาชนที่นำโคมลอยมาจุดแล้วปล่อยนั้นไม่ได้มีความชำนาญ โคมลอยอาจจะยังมีความพร้อม และควันไม่เพียงพอที่จะยกตัวให้ลอยขึ้นฟ้าไปได้ทำให้มีความเสี่ยงที่จะตกไปใส่หลังคาบ้าน โดยที่ยังมีไฟติดอยู่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นได้ง่าย

อย่างไรก็ตามงานประเพณียี่เป็งของชาวเชียงใหม่ยังเหลืออีก 1 วัน คือคืนนี้วันสุดท้าย (28 พฤศจิกายน) เป็นวันประกวดขบวนแห่กระทงใหญ่ และยังเป็นวันที่อนุญาตให้ปล่อยโคมลอยได้ในพื้นที่ที่กำหนด และยังเสี่ยงที่อาจจะยังมีการลักลอบปล่อยโคมลอยในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก กำลังเจ้าหน้าที่อาจจะไม่เพียงพอหรือดูแลได้ทั่วถึง
จากการตระเวนตรวจสอบพบว่ามีการนำโคมลอยมาวางจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวอยู่โดยไม่สนข้อห้าม และคำเตือน ทำให้คืนนี้คาดว่าจากเหตุการณ์ไฟไหม้เมื่อเช้านี้ชาวบ้านในตัวเมืองเองก็อาจจะต้องอยู่กันอย่างหวาดผวา และต้องเฝ้าระวังหลังคาบ้าน พื้นที่ รวมทั้งทรัพย์สิน ของตนเองกันตลอดทั้งคืนอย่างแน่นอน
ในส่วนโลกโซเซียล เหล่าพวกโลกสวยที่แอบปล่อยโคมไฟใน ในเขตตัวเมืองเชียงใหม่และพื้นที่ห้าม ทำการบันทึกภาพและคลิปลงในโซเชียลทั้ง TikTok ,Facebook และกลุ่ม LINE ต่างๆ ได้ทยอยลบภาพคลิปออกจากโซเชียลเป็นการด่วนแล้วในขณะนี้เพราะวันจะถูกเจ้าที่ตรวจสอบและเรียกตัวมาดำเนินการ โดยกลัวว่าจะถูกเป็นแพะใน เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้








ร่วมแสดงความคิดเห็น