อำเภอปาย จ.แม่ฮ่องสอน ได้รับผลกระทบหนักจากฝุ่นพิษ ด้านนายอำเภอนำทีมลงพื้นที่ดับไฟป่าและทำแนวกันไฟ พร้อมระดมรถน้ำฉีดพ่นในอากาศเพื่อลดปริมาณฝุ่นละออง ที่หนาแน่นรวมไปถึงเร่งทำห้องปลอดฝุ่น
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2567 นายเอนก ปันทะยม นายอำเภอปาย จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยถึงสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ อ.ปาย ว่า ยังคงมีไฟป่าเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก ในหลายพื้นที่ ล่าสุดเมื่อวานนี้ ตนได้นำชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง อำเภอปาย บูรณาการร่วมกับ อบต.แม่นาเติง เจ้าหน้าที่ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และชุดดับไฟป่าหมู่บ้าน ตำบลแม่นาเติง อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เข้าพื้นที่บริเวณป่าอนุรักษ์เขตรับผิดชอบของ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังเพื่อดำเนินการตามมาตรการเผชิญเหตุกรณีเกิดจุดความร้อนเพิ่มสูงขึ้นในพื้นที่ โดยชุดปฏิบัติการได้ดำเนินการควบคุมไฟป่าไม่ให้ลุกลามเพิ่มเติมและหาแนวทางในการวางมาตรการเพื่อไม่ให้เกิดจุดความร้อน (Hotsport) เพิ่มเติมในพื้นที่ใกล้เคียงและพื้นที่คาบเกี่ยว ของบ้านดอยผีลู เนื่องจากในห้วงปัจจุบันได้มีเชื้อเพลิงที่พร้อมจะเกิดการเผาไหม้ได้ตลอดเวลา
นายอำเภอปาย กล่าวต่อไปว่า จากสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันส่งผลให้ค่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กว่า 2.5 ไมครอนในพื้นที่ อ.ปาย มีค่าสูงเกินมาตรฐานในระดับเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน ทางอำเภอปายจึงได้ ขอให้ประชาชน และกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ ดูแลสุขภาพ และปฏิบัติตามข้อแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ รวมถึงสามารถขอคำแนะนำด้านสุขภาพจาก รพ.ปาย และ รพ.สต.ในพื้นที่ได้ทุกแห่ง นอกจากนั้นยังได้ให้ทุกหน่วยงานเตรียมห้องปลอดฝุ่นเพื่อให้บริการประชาชนกลุ่มเปราะบางและมีโรคประจำตัวแล้ว
ในขณะเดียวกันก็แจ้งไปยัง องค์การบริหารส่วนตำบลทุกแห่งในพื้นที่ ให้นำรถน้ำดับเพลิง ออกทำการฉีดพ่นน้ำในเขตชุมชมหนาแน่น เพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศ ทั้งนี้นโยบายดังกล่าวเป็นข้อสั่งการของศูนย์อำนวยการควบคุมแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองจังหวัดแม่ฮ่องสอน
สรุปจุดความร้อนช่วงเช้า ประจำวันที่ 3 มีนาคม 2567 ดาวเทียม Suomi NPP ระบบ VIIRS จังหวัดแม่ฮ่องสอน เกิดจุดความร้อนขึ้น 65 จุด เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.ปาย 21 จุด , อ.ปางมะผ้า 20 จุด , อ.เมืองแม่ฮ่องสอน 8 จุด , อ.แม่ลาน้อย 8 จุด และ อ.แม่สะเรียง 8 จุด ส่วน อ.ขุนยวม และ อ.สบเมย ไม่พบจุดความร้อน แต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม พบว่า ไฟป่ายังคงเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่า ภาครัฐจะพยายามดำเนินการเชิงรุกด้วยการลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ให้กับชุมชนในทุกพื้นที่เรื่องการป้องกันการลักลอบเผาป่า รวมไปถึงจัดสรรพกำลังบูรณาการระหว่างภาครัฐและประชาชน เข้าทำการดับไฟป่าที่เกิดขึ้น อย่างไม่ย่อท้อต่อความยากลำบากและอุปสรรคต่างๆนานา แต่ก็พบว่า ไม่สามารถหยุดยั้งการลอบเผาป่าได้แต่อย่างใด ส่งผลกระทบทำให้เกิดหมอกควันไฟป่าลอยปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณทุกอำเภอ ล่าสุด มีอำเภอปายและอำเภอเมืองที่มีค่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 มคก./ลบ.ม. สูงเกินค่ามาตรฐานในระดับเป็นอันตรายต่อสุขภาพ











ร่วมแสดงความคิดเห็น