เตือนผู้ปกครองปิดเทอมใหญ่ ระวังอันตรายเด็กเสี่ยงจมน้ำ

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ เตือนผู้ปกครองปิดเทอมใหญ่ ระวังอันตรายเด็กเสี่ยงจมน้ำสูงสุด ภัยร้ายคร่าชีวิต ในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนของทุกๆปี (มีนาคม-พฤษภาคม) ผู้ปกครองควรเอาใจใส่บุตรหลานอย่างใกล้ชิต

แพทย์หญิงเสาวนีย์ วิบุลสันติ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ กล่าว อันตรายที่เกิดกับเด็กในช่วงปิดเทอมใหญ่ของทุกปีมักเกิดจากการจมน้ำเสียชีวิต อากาศที่ร้อนเป็นใจยิ่งนักให้เด็กๆอยากเล่นน้ำเพื่อคลายความร้อน รวมถึงเทศกาลสงกรานต์ที่จะมาในไม่ช้านี้ ซึ่งเป็นบ่อเกิดของการเสียชีวิตอันดับ 1 ในเด็กช่วงปิดเทอม สำหรับการจมน้ำในกลุ่มเด็กเล็ก มีสาเหตุ ดังนี้ เด็กเล็กจมน้ำ แม้ในภาชนะที่มีน้ำสูงเพียง 1 – 2 นิ้ว เด็กเล็กมักจมน้ำในภาชนะขนาดเล็กที่อยู่ภายในบ้าน เช่น ถัง กะละมัง โอ่งเด็กเล็กมักเดินตามเป็ดหรือสุนัข และพลัดตกลงไปในน้ำผู้ปกครอง/ผู้ดูแลเด็กปล่อยให้เด็กอยู่ตามลำพังในช่วงเวลาที่ทำกิจกรรมบางอย่างเพียงระยะเวลาสั้นๆ เช่น เข้าห้องน้ำ คุยโทรศัพท์ ทำกับข้าว ผู้ปกครอง/ผู้ดูแลเด็ก ไม่มีการจัดการแหล่งน้ำเสี่ยงที่อยู่ในบ้าน และการจมน้ำในกลุ่มเด็กโต มีสาเหตุ ดังนี้ มักเกิดจากการชวนกันไปเล่นน้ำ ประกอบกับการไม่รู้วิธีการเอาชีวิตรอดในน้ำและวิธีการช่วยเหลือที่ถูกต้อง เมื่อตกน้ำจึงลอยตัวอยู่ในน้ำได้ไม่นาน และจมน้ำเสียชีวิตในที่สุด เด็กวัยนี้จะเสียชีวิตพร้อมกันครั้งละหลายๆคน เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเด็ก พอเห็นเพื่อนหรือน้องตกน้ำ คิดว่าตนเองว่ายน้ำเป็นก็กระโดดลงไปช่วย แต่สุดท้ายก็จะถูกกอดรัดและจมน้ำไปด้วยกัน เด็กไม่มีความรู้เรื่องความปลอดภัยทางน้ำ เช่น หนีผู้ใหญ่ไปเล่นน้ำกันเอง ไม่ปฏิบัติตามป้ายเตือน ไม่ใส่ชูชีพขณะลงเรือ พลัดตกน้ำเพราะเดินใกล้ขอบบ่อเกินไป ชุมชนขาดการจัดการแหล่งน้ำเสี่ยงที่มีอยู่ในชุมชน เช่น การติดป้ายคำเตือน การสร้างรั้ว หรืออุปกรณ์ช่วยคนตกน้ำ

แพทย์หญิงเสาวนีย์ กล่าวต่อว่า ทุกคนต้องช่วยกันดูแลและป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสีย ด้วยวิธีง่ายๆ โดย ประชาชน ชุมชนและองค์กร/หน่วยงานปกครอง สำรวจแหล่งน้ำหรือจุดเสี่ยงภัยในชุมชน จัดการความเสี่ยงโดยการติดป้ายประกาศเตือนจุดเสี่ยงภัย ประกาศเตือนทางเสียงตามสาย และทำรั้วรอบจุดเสี่ยง หาที่เล่นที่ปลอดภัยให้กับเด็ก ใช้สัมพันธภาพอันดีของคนในชุมชน ในการเฝ้าระวังโดยช่วยกันสอดส่องดูแลลูกหลาน/เด็กในชุมชน ที่แอบหนีลงไปเล่นน้ำให้ช่วยกันตักเตือน หรือแจ้งให้ผู้ปกครอง/ผู้ดูแลเด็กทราบ และจัดหาอุปกรณ์ช่วยชีวิตภายในชุมชน ผู้ปกครองรวมถึงผู้ที่รับฝากดูแลเด็ก ต้องดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้อยู่ตามลำพัง และจัดหาอุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัยในการลงเล่นน้ำของบุตรหลาน สอนให้เด็กเรียนรู้วิธีการว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด และสอนเรื่องความปลอดภัยในชีวิต เช่น ไม่ลงเล่นน้ำคนเดียว โดยที่ผู้ใหญ่ไม่อยู่ด้วย เจ้าหน้าที่สาธารณสุข แจ้งเตือนภัยให้ชุมชนทราบ และให้ความรู้เรื่องปัจจัยเสี่ยงและแนวทางการป้องกันการจมน้ำแก่ประชาชนและเด็กนักเรียน โดยเฉพาะช่วงก่อนปิดเทอม สอนให้คนในชุมชนรู้จักวิธีการช่วยเหลือ/ปฐมพยาบาลเบื้องต้นผู้ที่บาดเจ็บจากการตกน้ำจมน้ำอย่างถูกวิธี ครู/สถานศึกษา มีการสอน/เตือนเด็ก ก่อนปิดเทอมเกี่ยวกับภัยจากการตกน้ำจมน้ำและแจ้งเตือนผู้ปกครองให้เพิ่มความใส่ใจในการดูแลเด็กในช่วงปิดเทอมเพื่อป้องกัน การตกน้ำจมน้ำ จัดให้มีการสอนเรียนว่ายน้ำในหลักสูตรหรือจัดโครงการพิเศษสอนให้แก่เด็กในช่วงปิดเทอมเพื่อเอาชีวิตรอดจากการตกน้ำจมน้ำ เพื่อป้องกันปัญหาเด็กจมน้ำที่จะเกิดขึ้นในช่วงปิดเทอม สำหรับแนวทางการป้องกันการจมน้ำสำหรับเด็กเล็ก และกลุ่มเด็กโต มีดังนี้ สำหรับเด็กเล็ก อายุต่ำกว่า 5 ปี เราเน้นใช้มาตรการ “อย่าใกล้ อย่าเก็บ อย่าก้ม” ดังนี้ 1.อย่าเข้าใกล้ แหล่งน้ำ เพราะอาจลื่นพลัดตกลงไปในน้ำ 2.อย่าเก็บ สิ่งของที่ตกลงไปในน้ำด้วยตนเอง ต้องให้ผู้ใหญ่ช่วยเก็บ 3.อย่าก้ม หรือชะโงกลงไปในแหล่งน้ำ ตุ่มน้ำ ถังน้ำ เพราะอาจหัวทิ่มลงไปในน้ำได้ส่วนกลุ่มเด็กโต เน้นห้ามไปเล่นน้ำกันเองตามลำพัง หากพบเห็นคนตกน้ำ ไม่ควรกระโดดลงไปช่วยเพราะอาจจะถูกกอดรัดจากผู้ประสบภัย และอาจจมน้ำ และเสียชีวิตไปพร้อมกัน ควรใช้มาตรการ “ตะโกน โยน ยื่น” ดังนี้ 1.ตะโกน: คือ เรียกให้คนมาช่วย ขอความช่วยเหลือ และโทรแจ้งทีมแพทย์กู้ชีพ 1669 หรือ รพ.ใกล้เคียง 2.โยน: คือ การโยนอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัว เพื่อช่วยคนตกน้ำเกาะจับพยุงตัว เช่น ถังแกลลอนพลาสติกเปล่าปิดฝา ขวดน้ำพลาสติกเปล่า หรือวัสดุที่ลอยน้ำได้ 3.ยื่น: คือการยื่นอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัว เช่น ไม้ เชือก เสื้อ ผ้าขาวม้า ให้คนตกน้ำจับและดึงขึ้นมาจากน้ำ หากช่วยคนตกน้ำขึ้นมาจากน้ำแล้ว ต้องรีบแจ้งสถานพยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่อยู่ใกล้บ้าน หรือโทรแจ้งทีมแพทย์กู้ชีพ 1669 โดยเร็วที่สุด หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

ร่วมแสดงความคิดเห็น