ชาวสวนยางเดือดร้อน! รวมตัวแจ้งความเจ้าของลานรับซื้อยางพารา หนีหน้า ปิดช่องทางติดต่อ เบี้ยวไม่จ่ายเงิน เสียหายกว่า 2.8 ล้านบาท
วันที่ 22 มี.ค. 67 ชาวสวนยางพาราในพื้นที่ จ.เชียงราย ประมาณ 50 คน ไปรวมตัวกันที่ สภ.แม่ลาว (ส่วนแยก) เพื่อไปติดตามความคืบหน้าทางคดี และแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังถูกเจ้าของลานรับซื้อยางพารา ที่หนีหน้าปิดช่องทางติดต่อ ไม่จ่ายค่ายางที่เกษตรกรนำไปขายตั้งแต่ช่วงต้นเดือน ก.พ. มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 2.8 ล้านบาท จนต้องไปร้องทุกข์กับหลายหน่วยงาน แต่ยังไร้ความคืบหน้า
นายศักดิ์ดา อายุ 74 ปี ชาวบ้าน ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย เผยว่า วันนี้เกษตรกรชาวสวนยางพาราที่ได้รับความเดือดร้อนจากการนำยางพาราไปขายให้กับลานยางของอารีภรณ์ (สงวนนามสกุล) หรือ “เจ๊ต่าย” อายุ 58 ปี ที่ลานยางป่าบง-หนองคึก ต.สันสลี อ.แม่ลาว จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 67 แต่ปรากฏว่าจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้รับเงินค่ายางที่นำมาขายให้เลย มียอดค้างจ่ายตั้งแต่รายละหลักหมื่นบาทไปจนถึงหลักแสนบาท ซึ่งเกษตรกรแต่ละรายก็มีภาระค่าใช้จ่าย ทั้งค่าจ้างกรีดยาง ค่าน้ำมัน ไหนจะค่าใช้จ่ายในครอบครัว และค่าใช้จ่ายจิปาถะ เมื่อไม่ได้รับค่ายางก็เกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปทั้งหมด วันนี้จึงมีการรวมตัวกันมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม เพื่อให้เจ้าของลานยางหาเงินมาชำระให้กับเกษตรกรด้วย
นายศักดิ์ดา เผยต่อว่า พวกเราต้องการความยุติธรรม จึงได้ทำหนังสือร้องเรียน เพื่อเตรียมยื่นให้นายกรัฐมนตรีที่จะมาประชุม ครม.สัญจร และมีกำหนดการจะมาเชียงรายในวันที่ 17 มี.ค. 67 แต่ในวันดังกล่าวนายกรัฐมนตรีไม่ได้เดินทางมา พวกตนก็เลยเดินทางไปพบ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่จังหวัดพะเยา ซึ่งก็ได้รับปากว่าจะติดตามความคืบหน้าให้ แต่ตนก็เข้าใจในกระบวนการทางราชการ ซึ่งก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการ แต่ดูเหมือนกระบวนการทุกอย่างมันช้าทั้งหมด เราก็อยากจะขอให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยเร่งรัด เพราะพวกเราได้รับความเดือดร้อนกันอย่างมาก
“ก่อนหน้านี้พวกเราเคยเดินทางไปพบกับเจ้าของลานยาง เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ที่ผ่านมา และในวันดังกล่าวเขารับปากว่าขอเวลาในการดำเนินการ และจะเคลียร์หนี้ทั้งหมดภายใน 7 วัน แต่พวกตนรอจนครบกำหนดในวันที่ 3 มี.ค. ที่ผ่านมา พอถึงวันเขากลับปิดช่องทางการติดต่อทั้งหมด และไล่ลบลูกค้าออกจากกลุ่มไลน์ของกลุ่มลานยาง จึงได้มาแจ้งความดำเนินคดีตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค. และวันนี้จึงได้มารวมตัวเพื่อติดตามความคืบหน้า และร้องขอความเป็นธรรม
นายเฉลิม อายุ 27 ปี เกษตรกรจาก ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เผยว่า ตนเป็นเกษตรกรและรับซื้อยางจากเกษตรกรในพื้นที่เพื่อเอาลงมาขายที่ลานยางของเจ๊ต่าย เพราะก่อนหน้านี้เพื่อนของตนเคยเอามาขายที่นี่และแนะนำให้ตนรู้จัก เอามาขายรอบแรกๆก็ไม่มีปัญหา ได้เงินครบ แต่พอรอบวันที่ 7 พ.ย. 66 ซึ่งตนนำยางมาขายจำนวนมาก เป็นยอดเงินกว่า 497,000 บาท และรอบถัดมาอีกประมาณ 23,000 บาท โดยเจ้าของลานยางได้จ่ายมาเป็นบางส่วน ประมาณ 100,000 กว่าบาท คงค้างอยู่เป็นเงิน 320,000 กว่าบาท
ด้าน ส.อ.ธนวิชญ์อายุ 65 ปี ต.เวียงชัย อ.เวียงชัย จ.เชียงราย กล่าวว่า ในส่วนของตนยังมียอดคงค้างไม่ได้รับเงินอยู่ 122,000 กว่าบาท และเขายังลบพวกตนออกจากกลุ่มไลน์ ไม่สามารถติดต่อได้ ตอนนี้อยากจะให้เจ้าของลานยางหาเงินมาเคลียร์จ่ายให้กับพวกตน เพราะพวกตนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เงินที่ต้องนำไปจ่ายให้กับคนงานที่มารับจ้างกรีดยางก็ยังไม่ได้ไปจ่ายให้เขา เพราะลานยางไม่จ่ายเงิน อยากขอวิงวอนให้เขานำเงินมาจ่าย หรือขอให้ทางรัฐบาล นายกรัฐมนตรี หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ช่วยใช้มาตรการบังคับทางกฏหมายให้เขาเร่งนำเวินมาจ่ายให้กับพวกตนด้วย
และนายชิตภูมิ อายุ 70 ปี ม.2 ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย กล่าวว่า เจ้าของลานยางเขาไม่มีความสงสาร ไม่มีความเมตตาเลย ทำเหมือนคนเหนือเป็นคนโง่ นึกจะหลอกอย่างไรก็ได้ ไม่มีศีล 5 ในจิตใจ เงินที่โกงชาวสวนไป บางทีเขาอาจมองว่าแต่ละรายอาจยอดเงินแค่หมื่นกว่าบาท แต่รวมๆแล้วก็ว่าเป็นยิดเงินจำนวนมาก เพราะบางคนเงินหมื่นของเขามันอยู่ในนี้ทั้งหมด ทั้งจะต้องให้ลูกไปโรงเรียน ค่าข้าวสาร ค่าแก๊ส มันอยู่ในนี้ทั้งหมด ทุกคนก็ต้องกินต้องใช้เหมือนๆกัน อุตส่าห์ไว้เนื้อเชื่อใจ เขาไม่น่าจะทำกันแบบนี้ มันเป็นบาปไม่มีสิ้นสุด เหมือนคำสอนที่ท่านพระพุทธทาสภิกขุบอกว่า “เป็นมนุษย์เป็นได้ถ้าใจสูง เหมือนหนึ่งยูงมีดีที่แววขน ถ้าใจต่ำเป็นได้แต่เพียงคน ย่อมเสียทีที่ตนได้เกิดมา”
หลังจากที่ได้มารวมตัวกันในวันนี้ ทางกลุ่มผู้เดือดร้อนก็ยังจะเดินหน้าร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม และได้รับเงินคืนมา สำหรับใช้เป็นต้นทุนในการประกอบอาชีพต่อไป





ร่วมแสดงความคิดเห็น