กงสุลใหญ่จีน ประจำเชียงใหม่ พบปะสื่อมวลชนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชื่อมสัมพันธ์บ้านพี่เมืองน้อง
เมื่อเร็วๆ นี้ นายเฉิง ไห่ผิง กงสุงใหญ่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำเชียงใหม่ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยเดินทางไปที่ไหนเลย แต่หลังจากที่ดำรงตำแหน่งกงสุลใหญ่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำเชียงใหม่ จึงได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยือนจังหวัดต่างๆในเขตดูแลการปกครอง พบว่าสถานที่ของทางภาคเหนือ (ประเทศไทย) มีทัศนียภาพที่สวยงาม ตั้งแต่ที่ผมเดินทางมาดำรงตำแหน่งในเดือนพฤศจิกายนปี 2566 รู้สึกว่าจังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีอากาศดีมาก
แม้ว่าบางช่วงอากาศจะไม่ได้อยู่ในภาวะปกติ แต่พอเดือนพฤษภาคม อากาศก็เริ่มดีขึ้นทุกวันไปทำงานก็รู้สึกว่าเหมือนดอกไม้มีความสวยงามเบ่งบาน มีความสุขมากๆ ผมรู้สึกประทับใจในเรื่องศาสนา และประวัติศาสตร์ ชาวภาคเหนือ นอกจากนี้ช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมายังได้มีโอกาสร่วมอวยพรให้แก่พี่น้องชาวเชียงใหม่
การดำรงตำแหน่งที่ผ่านมาก็ได้รู้จักกับเพื่อนใหม่หลายคนได้เห็นถึงมิตรภาพของประชาชนพี่น้องภาคเหนือ (ประเทศไทย) รวมถึงหน่วยงานราชการจังหวัดเชียงใหม่ และหลายจังหวัดก็ได้พูดถึงการพัฒนาทางเศรษฐกิจ
โดยผมมีเขตรับผิดชอบทั้งหมด 12 จังหวัด แต่ละจังหวัดก็มีความประทับใจที่แตกต่างกันไปในเรื่องของวัฒนธรรม และแหล่งการเรียนรู้ ทั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือกับตำรวจ และผู้ว่าราชการ ในหลายๆ พื้นที่เพื่อให้ข้อมูลและทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวจีนที่อยู่ในจังหวัดนั้นๆ เช่นมีป้ายเตือน คำแนะนำหากเกิดเหตุในพื้นที่ เพื่อได้รับความสนับสนุนช่วยเหลือได้ทันท่วงที
ทั้งนี้ ยังยึดมั่นหลักการตามแนวความคิดของประธานาธิบดี โดยที่ว่าคือหลักการเชื่อมั่นในตัวเอง หลักความยุติธรรมและความเป็นธรรม หลักความร่วมมือแบบได้ประโยชน์ร่วมกันเพื่อส่งเสริมการสร้างประชาคมที่มีในอนาคตร่วมกัน และหลักการเปิดกว้างไม่แบ่งแยกนั้นเอง
ด้านการค้าเศรษฐกิจ มีความสำคัญอย่างมากระหว่างประเทศ เช่นที่ จังหวัดลำพูนมีนิคมอุตสาหกรรม ด้านการลงทุนของจีนยังไม่มี คิดว่าในอนาคตน่าจะมีวิสาหกิจของจีน ทั้งนี้ยังเล็งเห็นว่าจังหวัดลำพูน และจังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่ผลิตลำไยออกมาได้อย่างมีคุณภาพและอร่อยสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ อย่างต่อเนื่องในอนาคต จังหวัดอุตรดิตถ์ก็มีทุเรียนที่ขึ้นชื่อ ส่วนทางด้านเชียงรายสับปะรดภูแล เป็นสับปะรดที่อร่อยสามารถต่อยอดธุรกิจได้ หากเกิดการเชื่อมโยงการค้าขายเข้าด้วยกัน
นอกจากนี้ยังมองว่าผลผลิตผลไม้ในจังหวัดต่างๆ ทางภาคเหนือสามารถเชื่อมโยงไปที่จีนได้ หากได้รับการผลักดันความสะดวกในเรื่องการขนส่ง ต้องเวลาเดินทางขนส่งที่ไม่นานจนเกินไป เพื่อคงรสชาติความสดอร่อยของผลไม้นั้นได้ ซึ่งเส้นทางต่างๆควรถูกพัฒนาร่วมกันทั้งประเทศจีน ลาว และไทยในเส้นทาง R3a
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาเศรษฐกิจต้องเดินด้วยกันกับการรักษาระบบนิเวศธรรมชาติคือทรัพยากรที่มีค่าและส่งผลให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์มากที่สุดการพัฒนาที่ดีส่งผลให้ระบบนิเวศมีการพัฒนาที่ดีด้วย





ร่วมแสดงความคิดเห็น