เหยื่อโรงงานดอกไม้ไฟระเบิด ร้องยังไม่ได้รับการเยียวยาจากเจ้าของบ้าน

จากรณีเหตุโรงงานผลิตพลุดอกไม้ไฟระเบิดในพื้นที่บ้านสันทุ่งใหม่ ตำบลสันปูเลย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ โดยจุดเกิดเหตุได้รับความเสียหายเกือบทั้งหลังพร้อมด้วยทรัพย์สินในบ้าน นอกจากนี้ทำให้บ้านเรือนและทรัพย์สินเสียหายรวม 37 ครัวเรือน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 10 รายแบ่งเป็นบาดเจ็บสาหัส 3 ราย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2566

ล่าสุดวันที่ 28 พ.ค.2567 นายสาธิต คำหน่อแก้ว นายกเทศมนตรีตำบลสันปูเลย พร้อมด้วยนายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ประธานสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย ลงพื้นที่บ้านสันทุ่งใหม่ ตำบลสันปูเลย อำเภอดอยสะเก็ด บ้านหลังดังกล่าวยังถูกปิดไว้เหลือเพียงซากปปรักหักพัง ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์โรงงานดอกไม้ไฟระเบิด นอกจากนี้ยังได้ลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวเพื่อสอบถามความเป็นอยู่ โดยก่อนหน้านี้ได้มีตัวแทนชาวบ้านเข้าไปเรียกร้องขอความเป็นธรรม กับเทศบาลตำบลสันปูเลย ว่ายังไม่ได้รับการเยียวยาจากเจ้าของบ้านจุดเกิดเหตุซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าสเกิดขึ้นมานานเกือบ 1 ปีแล้วเกรงว่าจะไม้ได้รับความเป็นธรรม

ด้านนายสาธิต คำหน่อแก้ว นายกเทศมนตรีตำบลสันปูเลย เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์โรงงานพลุระเบิดที่บ้านสันทุ่งใหม่ ซึ่งขณะนั้นเทศบาลได้ให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเบื้องต้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน เป็นเงินเกือบ 1 ล้านบาท ซึ่งหลังจาก 8 เดือนผ่านไปทราบว่าขณะนี้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบยังไม่ได้รับการเยียวยาจากบ้านหลังที่เกิดเหตุแม้แต่บาทเดียว ซึ่งทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวได้ทำประกันไว้แต่ไม่ได้ทำประกันครอบคลุมบ้านที่อยู่รอบๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการประกอบธุรกิจแบบนี้ควรจะทำประกันครอบคลุมเพื่อนบ้าที่อยู่ใกล้เคียงด้วย จึงลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงพร้อมกันนี้ได้เข้ามาพูดคุยกับชาวบ้าน นอกจากนี้หลักฐานจากส่วนราชการบางส่วนที่ลงพื้นที่เก็บข้อมูลช่วงเกิดเหตุทางเทศบาลก็ยังไม่ได้รับ โดยเฉพาะบ้านหลังนี้ที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดต้องจ่ายเงินส่วนต่างในการซ่อมแซมบ้านตัวเองเกือบ 2 แสนบาทและมีอีกหลายหลังต้องจ่ายเงินซ่อมเองบ้านเอง อย่างไรก็ตามความเสียหายที่เกิดขึ้นเนื่องจากมีผู้กระทำชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบไม่สมควรต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียว ซึ่งหลังจากนี้ทางเทศบาลจะได้หาแนวทางในการช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด โดยจะส่งเจ้าหน้าที่มาลงพื้นที่เก็บข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือทั้งทางด้านกฎหมายต่อไป

ขณะที่ นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ประธานสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าจากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลจากชาวบ้านทราบว่าชาวบ้านไม่มีความเข้าใจเรื่องกฎหมายทำให้ไม่มีการแจ้งความร้องทุกข์กับ เจ้าของบ้านที่เป็นต้นเหตุ มีเพียงการลงบันทึกประจำวันเท่านั้น หลังจากนี้จะได้มีการประสานข้อมูลกับทางเทศบาล แนะนำให้ชาวบ้านทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน ในพื้นที่ซึ่งหากคดีถึงที่สุดชาวบ้านก็จะสามารถเรียกร้อองค่าเสียหาย ค่าสินไหมทดแทน ทั้งประเด็นที่ถูกละเมิดและในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจจะมีการละเลยได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องที่น่าตกใจว่าผู้เสียหายไม่เคยได้รับการเยียวยาจากบ้านต้นเหตุเลย

ด้านนายท็อป นามสมมุติ เจ้าของบ้านที่อยู่ติดกับบ้านหลังที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่าตนได้อาศัยอยู่บ้านหลังดังกล่าวมานานกว่า 10 ปี วันที่เกิดเหตุตนกับภรรยาไปทำงาน ส่วนลูกสาวไปเรียนหนังสือเหลือเพียงญาติผู้สูงอายุอยู่เฝ้าบ้านเพียงลำพัง ขณะเกิดเหตุญาติคนได้กล่าวได้วิ่งหนีไปทางทุ่งนาข้างบ้านเกือบไม่ทันโชคดีที่เพื่อบ้านช่วยประคองหนีไปได้ในที่สุดซึ่งหลังจากเกิดเหตุตนและครอบครัวได้ไปอาศัยอยู่บ้านญาติที่ อ.หางดง เนื่องจากสภาพบ้านพังเสียหายจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ โชคดีที่ตนได้ทำประกันบ้านไว้และบางส่วนได้รับการเยียวยาจากเทศบาลตำบลสันปูเลย จึงได้ให้ช่างมาซ่อมแซมใช้ระยะเวลานานถึง 7 เดือน เพิ่งกลับเข้ามาอยู่บ้านได้เพียงเดือนกว่าเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ยังจัดข้าวของไม่เสร็จ ส่วนค่าซ่อมแซมบ้านที่เสียหายหนักหมดไปเกือบ 1 ล้านบาท ซึ่งตนต้องจ่ายค่าส่วนเกินไปเกือบ 2 แสนบาท นี่ยังไม่รวมข้าวของที่เสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาตนเคยพูดคุยกับเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุเรื่องเงินค่าชดเชยแต่ก็เงียบหายไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น