เดินหน้าสร้างอ่างเก็บน้ำแม่ตีบ ช่วยประชาชนแก้ปัญหา ภัยแล้ง-น้ำท่วม

เดินหน้าสร้างอ่างเก็บน้ำแม่ตีบ ช่วยประชาชนแก้ปัญหาภัยแล้ง-น้ำท่วมได้ถึง 4 จังหวัด ช่วยเหลือการเกษตรได้กว่า 23,000 ไร่

วันที่ 20 มิถุนายน 2567 นายชนาธิป เสมแย้ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมปัจฉิมนิเทศงานจ้างออกแบบ โครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตีบ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ณ ห้องประชุมจันผา โรงแรมเวียงลคอร อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง โดยมีนายธีระชัย เนียมหลวง ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านออกแบบและคำนวณ) กล่าวรายงาน ซึ่งในที่ประชุมได้นำเสนอสรุปผลการดำเนินงานของโครงการ ให้กับหน่วยราชการ ตลอดจนประชาชนผู้สนใจและผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ พร้อมทั้งรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ

นายธีระชัย เนียมหลวง ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธาฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมา พื้นที่ของตำบลแม่ตีบ อำเภองาว ประสบปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยมาโดยตลอด โดยเฉพาะในปี 2565 ที่ผ่านมาเกิดน้ำท่วมใหญ่ น้ำป่าไหลหลาก ท่วมบ้านเรือนในพื้นที่ตำบลแม่ตีบ ทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และราษฎรในพื้นที่ จึงได้ทำหนังสือให้ทางราชการพิจารณา โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้าน ซึ่งมีมติ ครม.เห็นชอบเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2557

สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตีบ จะก่อสร้างบนพื้นที่ หมู่ 5 บ้านวังตม ตำบลจางเหนือ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง เป็นลักษณะเขื่อนดินถมยาวประมาณ 443 เมตร สูงประมาณ 45 เมตร มีความจุอ่างฯ ที่ระดับกักเก็บปกติ 59.70 ล้าน ลบ.ม. มูลค่ารวมของการก่อสร้างโครงการประมาณ 944,703,689.61 บาท ใช้เวลาคาดการณ์ในการก่อสร้างประมาณ 4 ปี โดยระยะก่อนก่อสร้างจะเป็นการเตรียมงานก่อสร้างต่างๆ พร้อมสำรวจและจ่ายค่าทดแทนที่ดินและทรัพย์สิน และจากนั้นจะเป็นการก่อสร้างงานเขื่อนและอาคารประกอบต่อๆไป ตามแผนจะเริ่มก่อสร้างปี 2572-2575 และจะแล้วเสร็จในปี 2576-2577

นายพรมงคล ชิดชอบ รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 2 กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากเกิดโครงการนี้แล้ว อ่างเก็บน้ำแม่ตีบ จะเป็นแหล่งน้ำต้นทุนเพื่อส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตรในลุ่มน้ำแม่ตีบ ตำบลจางเหนือ ตำบลแม่ตีบ ในฤดูฝนและฤดูแล้ง ฤดูละ 10,000 ไร่ นอกจากนี้ ยังสามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่การเกษตรท้ายลุ่มน้ำแม่ตีบ คือ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่ยมด้วย เนื่องจากน้ำแม่ตีบเป็นสาขาของแม่น้ำยม เพราะฉะนั้นในช่วงฤดูแล้งจะช่วยเหลือการเกษตรได้เฉลี่ย 23,300 ไร่ อีกทั้งยังช่วยบรรเทาอุกทกภัยบริเวณพื้นที่อยู่อาศัย และพื้นที่การเกษตรในช่วงน้ำหลากบริเวณพื้นที่ท้ายอ่างฯ พื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนล่างในหลายจังหวัด ไม่ว่าจะเป็น สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก เป็นต้น และเมื่อก่อสร้างเขื่อนแล้วเสร็จ จะเป็นแหล่งแพร่และเพาะขยายพันธ์ุปลาน้ำจืดให้ราษฎรได้บริโภคและจำหน่าย เพื่อให้มีรายได้ต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น