บนโลกอันกว้างใหญ่นี้มีหลากหลายสิ่งที่มนุษย์เรานั้นได้พบเจอ ไม่ว่าจะเป็นความรู้ใหม่ๆ นวัตกรรมต่างๆ การพบเจอความจริงบางอย่างที่ช่วยทำให้มนุษย์สามารถพัฒนาไปได้ในอีกระดับ เช่นกันมันก็ยังคงมีหลายสิ่งที่เรานั้นไม่เคยพบเจอ มีความจริงของอีกหลายสิ่งที่ยังคงเป็นปริศนาที่รอคอยให้เราหาคำตอบให้ได้ อาจจะพูดได้ว่าความจริงไม่ได้เป็นสิ่งที่คงอยู่เสมอไปวันหนึ่งเราก็จะพบเจอกับความจริงใหม่
อุปมานิทัศน์เรื่องถ้ำ(Allegory of the Cave) เป็นผลงานของ เพลโต ซึ่งเราอาจจะคุ้นหูกันในชื่อของ ถ้ำของเพลโต โดยเนื้อหาของชิ้นงานนี้จะเป็นการกล่าวถึงการที่มีคนกลุ่มหนึ่งถูกขังไว้ในถ้ำ ซึ่งคนกลุ่มนั้นก็ถูกจับให้ไม่สามารถขยับไปไหนได้และหันหน้าเข้าหากำแพงถ้ำ บริเวณข้างหลังของพวกเขานั้นมีกองไฟกองหนึ่งที่ถูกจุดเอาไว้ โดยระหว่างพวกเขากับกองไฟมีกำแพงสูงกั้นเอาไว้ ด้านหลังของกำแพงมีผู้คนเดินไปเดินมาพร้อมกับถือหุ่นเชิด จนทำให้เกิดเงาไปตกกระทบยังเบื้องหน้าของกลุ่มคนเหล่านั้นทำให้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากเงาที่ปรากฏอยู่เท่านั้น แม้แต่เสียงคนคุย เสียงนกร้อง พวกเขาก็คิดว่ามันคือเสียงที่มาจากเงาพวกนี้ และนี่คือ “ความจริง” เพียงอย่างเดียวที่นักโทษรับรู้เพราะพวกเขาไม่เคยเห็นอย่างอื่น

วันหนึ่งถ้าหากว่าให้หนึ่งในนักโทษได้รับการปลดปล่อยให้ออกจากถ้ำเป็นอิสระ นักโทษคนนี้สามารถที่จะเดินออกมาจากจุดที่เขาอยู่ได้ เขาเริ่มมองไปรอบ ๆ จนเห็นกองไฟ แสงเพลิงจากกองไฟทำให้เขาแสบตาเป็นอย่างมาก เนื่องจากตาของเขาคุ้นชินกับความมืดมาทั้งชีวิต แสงของกองไฟจึงสร้างความประหลาดใจให้กับเขาแม้กองเพลิงเบื้องหน้าเขาจะเป็น “ความจริงใหม่” แต่เป็นเรื่องยากที่เขาจะยอมรับกับความจริงใหม่นี้ เขาจึงหันหน้าหนีและกลับไปหาความจริงที่เขาคุ้นเคย นั่นคือ “เงา” ที่เขาจ้องมองมาตั้งเเต่เกิด
หากวันหนึ่งมีใครสักคนพานักโทษที่ถูกปลดปล่อยนี้ จูงเขาเดินออกไปจากถ้ำออกมาสู่บรรยากาศภายนอก แสงที่เขาพบเห็นในตอนนี้ไม่ใช่เเสงของกองไฟแต่มันคือ “แสงจากดวงอาทิตย์” ด้วยความที่เขาอยู่ในความมืดมาทั้งชีวิต ทำให้แสงจากดวงอาทิตย์ส่งผลต่อเขาอย่างมาก ทำให้ต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งในการปรับตัว จนเขาสามารถที่จะมองเห็นทัศนียภาพเบื้องหน้าได้ เห็นต้นไม้ ทุ่งหญ้า สายน้ำ และในที่สุดเขาก็สามารถมองเห็นดวงอาทิตย์ได้ นี่คือ “ความจริงใหม่” ที่เขาได้พบเจออีกครั้ง เป็นความจริงที่ต่างจากความจริงภายในถ้ำที่เขาเคยรับรู้อย่างสิ้นเชิง

นั่นก็ทำให้เราได้รับรู้ความจริงอีกอย่างหนึ่งว่า การอยู่กับความจริงเดิม หรือยึดติดกับกรอบความรู้เดิม มันก็เหมือนกับการที่เราได้ถูกจองจำอยู่ในถ้ำนั้นโดยที่ไม่สามมารถจะพัฒนาไปไหนหรือสามารถออกจากถ้ำได้เลย มนุษย์เราหลายคนนั้นยังคงเป็นแบบนี้อยู่ยังคงยึดติดกับอะไรเดิมๆเป็นการปิดโอกาสในการก้าวข้ามความจริงเดิมไปโดยปริยาย กลับกันหากมนุษย์เรานั้นเปิดใจยอมรับอะไรใหม่ๆ ที่ถึงแม้ว่าาจะเป็นสิ่งที่เราไม่คุ้นเคย ไม่คุ้นชิน มันต้องใช้เวลาในการปรับตัว เพื่อที่จะช่วยทำให้เราสามารถได้รับ ความจริงใหม่ได้ อย่างในสมัยก่อนที่มีความเชื่อว่าโลกเรานั้นเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ซึ่งมันก็คือความจริงสมัยนั้นแต่พอการเข้ามาของวิทยาศาตร์ก็ทำให้ ความจริงใหม่ ปรากฏขึ้นมาว่าโลกเรานั้นไม่ได้เป็นศูนย์กลางของจักรวาลแต่อย่างใด
อ้างอิงจาก : https://theprincipia.co/platos-cave/
รูปภาพจาก: https://brianzahnd.com/2013/12/platos-cave-christmas-story/
ร่วมแสดงความคิดเห็น