ตำบลน้ำดิบ ผลักดันไก่ท้องถิ่น “เหล่าป่าก๋อย” สู่ซอฟต์พาวเวอร์ ส่งเสริม 17 หมู่บ้านเลี้ยงไก่ชนสร้างรายได้ชุมชน ขอภาครัฐสนับสนุนเหมือนมวย เปลี่ยนจากคนเป็นไก่ชน ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ตำบลน้ำดิบ ส่งออกไก่ชนประมาณวันล่ะ100 กว่าตัวคิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทต่อปี
ที่ สนามกีฬากลางตำบลน้ำดิบ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน นายปรีชา สมชัย ปลัดจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธีเปิดงานวิถีชีวิตคนตำบลน้ำดิบกับไก่เหล่าป่าก๋อย ครั้งที่ 8 ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมี นายรัชพันธุ์ ยะสง่า เลขานุการ นายก อบจ.ลำพูน และนายมงคล หมื่นอภัย นายก อบต.น้ำดิบ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยประชาชน 17 หมู่บ้าน และกลุ่มเลี้ยงไก่เหล่าป่าก๋อยในพื้นที่ กว่า 500 คน เดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้ ที่ตลาดกลางองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำดิบ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน
ภายในกิจกรรมมีการประกวดไก่ชนเหล่าป่าก๋อยประเภทสวยงาม เวทีเสวนาทิศทางขับเคลื่อนการเพาะเลี้ยงไก่ชนสายพันธุ์เหล่าป่าก๋อย การแข่งขันลาบไก่ การประกวดธิดาจำแลง และกิจกรรมเพื่อความสนุกสนานอีกมากมาย เพื่อนำเอาเอกลักษณ์ วัฒนธรรมประเพณี อาหารและของดีในพื้นที่ออกมาจัดแสดง เป็นซอร์ฟพาวเวอร์ กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมอาชีพ การตลาดให้แก่ประชาชน เกษตรกรและคนในพื้นที่ และผลักดันให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยววิถีชีวิตชุมชนอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดลำพูน
ด้านนายมงคล หมื่นอภัย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำดิบ การจัดงานครั้งนี้เป็นครั้งที่ 8 ซึ่งได้ร่วมกับทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูนจัดขึ้น โดยครั้งแรกมีการจัดในปี 2558 ในวันนี้ก็มีชาวบ้านจาก 17 หมู่บ้าน และหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่มาร่วมงาน ซึ่งภายในงานมีการจัดประกวดไก่สายพันธุ์เหล่าป่าก๋อย เวทีเสวนาทิศทางไก่เหล่าป่าก๋อย เพื่อพูดคุยถึงปัญหาที่มีอยู่ เรื่องของเศรษฐกิจและที่เป็นซอร์ฟพาวเวอร์ ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ได้นำเอาภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์มาจัดงาน เพราะคนตำบลน้ำดิบเชื้อสายมาจากไทยอง และมาจากสิบสองปันนา จึงเอาวัฒนธรรมที่มีอยู่ที่ติดตัวมาและวัฒนธรรมที่นำเข้ามา เอามาจัดงานเพื่อให้ลูกหลานได้เรียนรู้ต่อ โดยเฉพาะไก่ชนเหล่าป่าก๋อย ทาง อบต.น้ำดิบได้ส่งเสริมชาวบ้านให้เลี้ยงเป็นสินค้าโอทอป เป็นซอร์ฟพาวเวอร์ ให้เลี้ยงและจำหน่ายเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับไก่ท้องถิ่น ปัจจุบันก็มีการขายออนไลน์ผ่านทางเฟสบุ๊ค ติ๊กต๊อก หรือกลุ่มไลน์ ซึ่งมีรถรับส่งเรียบร้อย เรียกว่าครบวงจร ซึ่งเป็นการส่งเสริมและสร้างรายได้ให้กับชุมชนยกตัวอย่างเช่นไก่ชนตัวหนึ่งราคา 300-500 บาทเมื่อเรานำมาปะลองคัดสรรไก่ที่ดีๆก็จะสร้างมูลค่าเพิ่มตัวล่ะหลักหมื่น หลักแสน หรือบางตัวชนเก่งราคาถูกหลักล้านก็มี ดังนั้นการจะสร้างมูลค่าเพิ่มเราต้องมีการส่งเสริมให้เกิดการตลาดที่ดี ซึ่งในการส่งเสริมการเลี้ยงไก่ชน นอกจากจะสร้างรายได้ให้กับผู้เลี้ยงแล้วยังมีการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชนด้านอื่นๆ เช่นอาหารยาบำรุงไก่ชน สุ่มไก่ และอุปกรณ์อื่นๆตลอดจนการจ้างงานคนเลี่ยงไก่และการขนส่งไก่ชนเป็นต้น ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ตำบลน้ำดิบ ส่งออกไก่ชนประมาณวันล่ะ100 กว่าตัวคิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดประเทศอินโดนีเซียที่มีความต้องการไก่เหล่าป่าก่อยมากที่สุด
ขณะที่อาจารย์อุปถัมภ์ ใจธัญ ปราชญ์ชาวบ้านผู้มีความเชี่ยวชาญสายพันธุ์ไก่เหล่าป่าก๋อย กล่าวว่าปัญหาของ ผู้เลี้ยงไก่ชนสายเหล่าป่าก๋อยต้นทุนสูงผลผลิตที่ออกมาความต้องการของตลาดเริ่มลดลงเพราะไก่เหล่าป่าก๋อย เลี้ยงออกไปแล้วหาคู่ชนยาก ดังนั้นแนวทางการพัฒนารูปร่างและสีจากเดิมๆและพัฒนาฝีมือให้ดีขึ้นเช่นเข้าเร็ว ตีเร็ว แล้วก็ตีหนักหน่วง แล้งเชิงมุด รัด กัด ตี ไม่ค่อนเป็นที่นิยมแล้วแต่ลูกกัดต้องมีแต่เป็นการวิ่งปะทะด้านบน แล้วกัดตี ส่วนตลาดที่ต้องการมากที่สุดคือตลาดต่างประเทศ แต่ถ้าเป็นตลาดในประเทศต้องการไก่เหล่าป่าก๋อยสีแปลกน้ำหนัก 2.5 กก.ขึ้นไป การเลี้ยงไกก่ชนปัจจุบันจะต้องเน้นที่คุณภาพลดปริมาณลงเพื่อลดค่าใช้จ่ายของเกษตรกร ซึ่งจากการเสวนาทราบว่าตลาดยังมีความต้องการเหล่าป่าก๋อย เป็นไก่เหล่าป่าก๋อยสีแปลกและไก่เชิงบนแล้วโครงสร้างกระดูกดี แนวทางการพัฒนาไก่สายพันธุ์เหล่าป่าก๋อย คือการนำไก่สายพันธุ์ ญี่ปุ่น ไซ่ง่อน ที่กระดูกดี กล้ามเนื้อแข็งแกร่งมาพัฒนา ถ้าเกษตรกรมีทุนสูงก็ให้ไปซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ตัวเก่งๆมาผสมพันธุ์กับไก่เหล่าป่าก๋อย หรือมีทุนน้อยก็ก็ให้เอาไก่พันธุ์เหล่าป่าก๋อยไปฝากผสมพันธุ์กับซุ้มไก่ชนอื่นที่มีพ่อพันธุ์สายพันธุ์เก่งๆเป็นต้น ซึ่งความต้องการไก่เหล่าป่าก๋อยสีแปลกเชิงบนในตลาดยังมีสูงและราคาสูงมาก
สำหรับชาวบ้านที่ทำการเลี้ยงไก่สายพันธุ์เหล่าป่าก๋อย ก็จะทำให้ไก่สายพันธุ์นี้มีมูลค่าเพิ่มโดยที่ไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มมากนักเพียงแต่ปรับปรุงสายพันธุ์ตามความต้องการของตลาด เพราะสถานที่เลี้ยงส่วนใหญ่ทุกบ้านมีเล้าไก่อยู่หลังบ้าน เลี้ยงไก่พื้นเมืองอยู่แล้ว แต่ไก่พื้นเมืองราคากิโลกรัมละ 80 บาท ถ้าเป็นไก่ชนที่ตกเกรด นำไปชั่งขายก็กิโลกรัมละ 80 บาทเหมือนกัน แต่ถ้าเป็นไก่ที่มีฝีมือ มาจากสายพันธุ์พ่อแม่ที่มีเลือดสูง ผ่านการชนหรือประกวดจากสนามใหญ่มาราคาก็จะพุ่งสูงขึ้น ราคาจำหน่ายปัจจุบันสำหรับลูกไก่ อายุประมาณ 3 เดือน คู่ละ 500 บาท หรือผู้ขายตกลงจำหน่ายเท่าไหร่และผู้ซื้อราคาพอใจก็อาจจะมีราคาสูงขึ้น ส่วนราคาจำหน่ายสูงสุดไก่บางตัวก็มีการผ่านสนามใหญ่ระดับเงินล้านบาทมาแล้ว ก็จะมีราคาตั้งแต่ 500,000 บาท เป็นราคาตั้งต้น
การเลี้ยงไก่ชนไม่ใช่การเอาอาหารให้กินแล้วก็เสร็จ แต่ต้องมีอาหารเสริมอย่างเช่นสมุนไพร วัสดุในการดูแลไก่ สุ่มไก่ บางรายก็ปลูกข้าวเฉพาะสำหรับไก่ชน ราคากิโลกรัมละ 18 บาท ปัจจุบันทุกหน่วยงานของภาครัฐและทุกองค์กรร่วมมือกันดีอยู่แล้ว แต่อยากแนะนำเกษตรกรว่าการเลี้ยงไก่ชน สามารถเป็นอาชีพเสริมจากการทำนา ทำสวนลำไย ได้เพราะไม่ได้ใช้เวลาอะไรมาก ไก่บางตัวที่ตกเกรดก็ยังเป็นอาหารสด ไก่ปลอดสารพิษ แล้วยังกระตุ้นเรื่องการลดใช้สารเคมีทางอ้อมด้วย เพราะพื้นที่เลี้ยงอย่างสวนลำไย ก็จะลดการใช้ยาฆ่ายา ยาฆ่าแมลงลง อย่างไรก็ตามอยากจะขอให้ภาครัฐสนับสนุนว่า การเลี้ยงไก่ชนก็เหมือนกับการเลี้ยงนักมวย เป็นนักกีฬาจากคนมาเป็นไก่ ซึ่งการส่งเสริมการเลี้ยงไก่สายพันธุ์เหล่าป่าก๋อยในอนาคตก็จะเน้นเรื่องการพัฒนาสายพันธุ์ และพัฒนาตลาดด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้โดยการจำหน่ายแบบออนไลน์จะทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายเข้าถึงกันได้















ร่วมแสดงความคิดเห็น