“ปางช้างแม่ตะมาน” ประกาศปิดกิจการ หลังให้บริการมากว่า 38 ปี

“ปางช้างแม่ตะมาน” ประกาศปิดกิจการอย่างเป็นทางการ หลังให้บริการมากว่า 38 ปี ท่ามกลางความอาลัย จากวงการอนุรักษ์ช้างไทย

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา ปางช้างแม่ตะมาน อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ได้ประกาศปิดกิจการอย่างเป็นทางการ หลังเปิดดำเนินงานมาอย่างยาวนานถึง 38 ปี โดยนางอำไพพรรณ ทับทอง ผู้ก่อตั้งและเจ้าของกิจการ ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังบริษัทนำเที่ยว และคู่ค้าทางธุรกิจว่าปางช้างจะยุติการให้บริการ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป

สาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การปิดกิจการครั้งนี้ มาจากผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงเหตุอุทกภัยและแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงอย่างต่อเนื่อง จนไม่สามารถรองรับภาระค่าใช้จ่ายรายเดือนที่มีมูลค่าระหว่าง 1.2 – 1.5 ล้านบาทได้อีกต่อไป

“ปางช้างแม่ตะมาน” หรือชื่อเดิม “ปางช้างแม่ตาน” ก่อตั้งขึ้นโดย “แม่เลี้ยงอำไพพรรณ ทับทอง” ถือเป็นหนึ่งในสถานประกอบการชั้นนำด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของภาคเหนือ ที่มีบทบาทสำคัญทั้งในด้านการอนุรักษ์ช้างไทยและการศึกษา โดยตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา สถานที่แห่งนี้เคยเป็นแหล่งฝึกปฏิบัติงานภาคสนามของนิสิตนักศึกษา คณะสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นสัตวแพทย์เฉพาะทางด้านสัตว์ใหญ่ โดยเฉพาะ “คุณหมอช้าง”

ด้วยแนวทางการบริหารจัดการที่เน้นการอยู่ร่วมกัน ระหว่างคนกับช้างอย่างสมดุลภายใต้สิ่งแวดล้อมธรรมชาติ และการผสมผสานวัฒนธรรมล้านนา เข้ากับวิถีชีวิตของช้างไทย ปางช้างแม่ตะมานจึงได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ และยังเป็นต้นแบบที่ปางช้างอีกหลายแห่งในภาคเหนือ ได้นำแนวคิดไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาธุรกิจเพื่อความยั่งยืน

การปิดกิจการของปางช้างแม่ตะมาน จึงนับเป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ของวงการอนุรักษ์ช้างไทย สะท้อนถึงความท้าทายที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ต้องเผชิญในยุคหลังวิกฤต ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การจัดการทรัพยากร และความมั่นคงของผู้ประกอบการที่ยึดมั่นในหลักการดูแลสวัสดิภาพสัตว์อย่างแท้จริง

ร่วมแสดงความคิดเห็น