“ฟ้อนผีเม็ง” พิธีกรรมฟ้อนผีของชาวล้านนาหาดูยาก สืบทอดหลายอายุคน บูชาไหว้บรรพบุรุษ ปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บ และเพื่อศิริมงคล
ผู้สื่อข่าวพามาชมพิธีกรรม “ฟ้อนผีเม็ง” ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่จัดขึ้นภายในชุมชนบ้านช้างม่อย อ.เมืองเชียงใหม่ โดยพิธีกรรมนี้ เป็นพิธีกรรมเฉพาะที่จัดขึ้นเพียง 2 วัน ระหว่างวันที่ 17-18 พ.ค.68 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์พิธีกรรมของชาวมอญ และการฟ้อนรำเพื่อเป็นการไหว้หรือแก้บนผีบรรพบุรุษ โดยชาวบ้านทางภาคเหนือนับถือกัน
พิธีกรรม “ฟ้อนผีเม็ง” นิยมทำกันในช่วงเดือน 5 เหนือ(เดือน 3 ของภาคกลาง) หรือประมาณเดือนกุมภาพันธ์ไปจนย่างเข้าฤดูฝน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นญาติพี่น้อง ที่มารวมตัวพบปะกันเพื่อช่วยกันจัดเตรียมงาน และถือโอกาสสังสรรค์เป็นงานรวมญาติของคนในสายตระกูลไปด้วยในตัว
นายยุทธศักดิ์ ศิริวงศ์ อายุ 75 ปี เจ้าภาพพิธีกรรม ใหัข้อมูลกับทางผู้สื่อข่าวว่า พิธีกรรมที่ทำวันนี้เรียกว่าพิธี “ฟ้อนผีเม็ง” โดยปกติจะมีการทำพิธีที่หอประจำปี แต่หากมีกรณีที่มีคนเจ็บไข้ได้ป่วยร้ายแรง หรือมีการบนบานสานกล่าวแล้วประสบความสำเร็จก็จะมีการจัดพิธีขึ้น โดยมีการฟ้อนใหญ่ หรือหากเป็นพิธีกรรมที่จัดขึ้นในตระกูลก็จะมีการจัดขึ้น 3 ปีต่อครั้ง เนื่องจากในแต่ละครั้งการจัดพิธีก็จะมีค่าใช้จ่ายสูง และต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไป
แต่หากเป็นกรณีที่มีคนเจ็บไข้ได้ป่วยหนัก แล้วหายจากภัยไข้เจ็บ ก็จะมีการทำพิธีนี้ขึ้น นอกจากนี้ยังมีการจัดพิธีลักษณะนี้ทุกปี โดยจะทำช่วงหลังออกอินทขิลเดือน 9 ส่วนพิธีกรรมที่มีการฟ้อนรำทำเพลงที่เห็นนั้นเป็นก็พิธีกรรมที่มีความซับซ้อน ที่มีขั้นตอนการทำพิธีตามที่มีการสืบทอดกันมา อาทิ การฟ้อนถ้วย โดยลูกหลานจะนำถ้วยใส่อาหารมาร่วมฟ้อน เพื่อให้บรรพบุรุษ หรือผู้ล่วงลับไปแล้ว มาร่วมพิธี ทานอาหาร และร่วมสนุกด้วยกัน รวมไปถึงมาเยี่ยมเยียนลูกหลาน
นอกจากนี้ยังมีร่างทรงที่ให้ทางผู้ล่วงลับไปแล้วได้กลับมาหา พูดคุยกับลูกหลาน โดยจะต้องเป็นลูกหลานที่อยู่ในตระกูลเม็ง โดยพิธีกรรมนี้จะจัดขึ้นอยู่ 2 วัน วันแรกเรียกว่า “วันดา” หรือว่าวัตที่มีการตระเตรียมสถานที่ ทำอาหาร ขนม ของคาวหวานต่างๆ เตรียมไว้ใน “ผาม” ที่เป็นซุ้มหรือศาลาทำพิธี จากนั้นวันที่สองเรียกว่า “วันฟ้อน” ที่จะมีการเริ่มทำพิธีตั้งแต่เช้า โดยการเชิญปู่ย่ามาทำพิธี และมีการฟ้อนรำตามรายการที่มีการจดลำดับไว้ในสมุด และจะทำพิธีไปตลอดทั้งวันจนถึงช่วงเย็น
ส่วนผู้เข้าร่วมพิธีกรรมส่วนใหญ่ก็จะเป็นญาติพี่น้อง และคนที่ถูกเชิญมา ซึ่งส่วนใหญ่จะะป็นชาวเม็งเหมือนกัน และไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าทรง ส่วนการจะจัดอีกหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับว่ามีการบนบานสานกล่าวกับบรรพบุรุษอีกหรือไม่ หรือจะจัดขึ้นก็ต่อเมื่อครบ 3 ปี ถึงจะจัดขึ้นเท่านั้น

















ร่วมแสดงความคิดเห็น