วันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เครือข่ายความร่วมมือเพื่อพัฒนาขนส่งสาธารณะเมืองเชียงใหม่เพื่อเมืองเชียงใหม่น่าอยู่ และ โครงการพัฒนานโยบายสาธารณะ เพื่อส่งเสริมการมีขนส่งสาธารณะเมืองเชียงใหม่ จัดเวทีสาธารณะออกแบบขนส่งสาธารณะเมืองเชียงใหม่ เพื่อเมืองเชียงใหม่น่าอยู่ ครั้งที่ 1 ณ ห้องประชุมนวรัฐ 3 ชั้น 3 โรงแรมเมอเวนพิค สุริวงศ์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
งานเสวนาครั้งนี้ เริ่มต้นโดย ผศ.ดร.ปรีดา พิชยาพันธ์ การออกแบบระบบขนส่งมวลชนควรจะครอบคลุม โดยในเชียงใหม่เผชิญกับปัญหาการจราจรติดขัด และประชากรส่วนใหญ่ต้องใช้ยานพาหนะของตน ในอนาคต แต่มีประชากรจำนวนหนึ่งที่ไม่สามารถใช้ยานพาหนะส่วนตัวได้ ประกอบกับปัญหามลพิษทางอากาศ ในกรุงเทพมหานครและเมืองใหญ่ มีสาเหตุสำคัญจากควันไอเสียรถยนต์ ดังนั้นระบบขนส่งมวลชนสามารถแก้ปัญหาทั้งการเดินทาง และลดมลพิษได้ โดยระบบขนส่งมวลชนต้องมีการออกแบบเส้นทาง ระบบที่รองรับผู้โดยสาร สาธารณูปโภคสนับสนุน ระบบตั๋วที่ราคาเหมาะสมและสะดวก ได้รับการยอมรับจากประชาชน มีการบริหารจัดการที่ดี ซึ่งพื้นที่เมืองเชียงใหม่ มีคนมากกว่า 2 ล้านคน ที่เดินทางเข้าออกตัวเมืองในแต่ละวัน ดังนั้นเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองที่มีศักยภาพสูง จำเป็นต้องพัฒนาระบบให้ตอบโจทย์ ซึ่งปัจจุบันมีแผนแม่บทรถไฟฟ้ารางเบา 3 สาย พร้อมระบบขนส่งมวลชนเสริม พร้อมมาตรการเสริม ที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้คนสามารถใช้ได้ ทำยังไงให้เชื่อมระบบขนส่งสาธารณะระบบต่างๆได้ ซึ่งสำหรับการเดินรถ จำเป็นต้องดำเนินตามกฎหมายสัมปทาน ในอนาคตจะมีการปรับปรุงหรือไม่ ทางภาครัฐกำลังปรับปรุง โดยเชียงใหม่มีเส้นทางสัมปทาน 25 สาย โดยเอกชนให้บริการเพียง 2 สาย ในอนาคต ระบบขนส่งสาธารณะต้องเป็นโครงข่าย เพื่อให้คนสามารถเดินทางง่าย พร้อมเชื่อมต่อไปนอกเมือง เช่นระบบ Feeder เช่น รถโดยสารขนาดเล็ก เป็นต้น
ด้านนายสมชาติ วัฒนากล้า รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ได้กล่าวถึงโครงการนำร่องระบบขนส่งสาธารณะในเมืองเชียงใหม่ รถโดยสารสาธารณะระบบไฟฟ้า หรือ EV Bus โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ได้ขอสัมปทานเส้นทางเดินรถโดยสารสาธารณะจากกรมขนส่งทางบก 2 สาย ได้แก่สายที่ 18 สถานีขนส่งอาเขต – อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัน และสายที่ 20 สถานีขนส่งอาเขต – ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ และกำลังจะเพิ่มอีก 1 สาย ได้แก่ สายที่ 6 วิ่งรอบเมืองเชียงใหม่ ซึ่งจะผ่านสถานที่สำคัญ อาทิ ท่าอากาศยานานาชาติเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเชียงใหม่ และโรงเรียนต่างๆ ซึ่งขณะนี้ได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ออกแบบระบบให้คนเชียงใหม่มาใช้บริการให้ได้
ซึ่งความคืบหน้าในขณะนี้ มีการออกแบบระบบรถโดยสารให้ปลอดภัย ระบบติดตามรถโดยสาร และจะต้องบริการให้ได้นาน มีรอบวิ่งไม่เกิน 10 นาที รวมทั้งมีจุดจอดรถให้ประชาชนได้ขึ้น โดยการศึกษาระบบจะแล้วเสร็จในเดือนกันยายน และจะมีการประมูลรถโดยสารในขั้นตอนต่อไป คาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2569 จะให้บริการแก่พี่น้องชาวเชียงใหม่
นอกจากนี้จะมีการทำสถานีขนส่งที่สามารถเชื่อมโยงกับระบบขนส่งอื่นๆได้ ภายหลังจากที่มีการแก้ไขกฎกระทรวงให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำระบบขนส่งมวลชนได้ ดังนั้นภาครัฐจะต้องเข้ามาเริ่มจัดการ และจะต้องแก้ปัญหาไม่ให้ขาดทุน ซึ่งในอนาคตภาครัฐจะสนับสนุนระบบขนส่งมวลชนของท้องถิ่น รวมทั้งมีการดัดแปลงรถสี่ล้อแดง 100 คันเป็นระบบพลังงานไฟฟ้านำร่อง ขณะที่รถโดยสารพลังงานไฟฟ้ามีรอบวิ่งไม่เกิน 10 นาที มีระบบความปลอดภัย ระบบติดตามรถโดยสาร และจะต้องบริการให้ได้นาน โดยอาจจะเปิดให้บริการฟรีในช่วงแรก และเก็บรายได้จากนักท่องเที่ยวรวมทั้งมีจุดจอดรถให้ประชาชนได้ขึ้น
ทางด้านนายบุญวัฒน์ สิงห์ตาแก้ว รองปลัดเทศบาลนครเชียงใหม่ กล่าวว่าเทศบาลนครเชียงใหม่ ได้ให้ความสำคัญ ซึ่งเทศบาลนครเชียงใหม่เคยทำระบบรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งภาคเอกชนเคยจัดทำ 4 ครั้ง และเทศบาล 2 ครั้ง ก่อนจะหยุดวิ่งในปี พ.ศ. 2564 ซึ่งได้มีการถอดบทเรียน โดยมีปัญหาจากเส้นทาง ซึ่งขั้นตอนขอสัมปทานเส้นทางยาก ซึ่งคนเชียงใหม่ต้องการเส้นทางสั้นๆ รวดเร็ว ไม่ใช่เส้นทางยาวๆ รวมถึงงบประมาณ ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลกลางไม่เคยสนับสนุนเลย ซึ่งจำนวนรถโดยสาร ประชาชนต้องการรอไม่เกิน 10 – 15 นาที แต่งบไม่เพียงพอ ทำให้ไม่สามารถจัดรถโดยสารรองรับผู้โดยสารมากพอ และพฤติกรรมของคนเชียงใหม่ ที่นิยมขึ้นรถโดยสารเฉพาะช่วงเช้าและช่วงเย็น ขณะที่ช่วงบ่ายไม่มีผู้โดยสาร ทำให้เทศบาลต้องมานั่งศึกษาจากบทเรียน จึงนำไปสู่การร่วมมือจากทุกฝ่ายทั้งรัฐบาล จะทำยังไงให้ให้ประชาชนนอกเขตเมืองเข้ามาใช้บริการขนส่งมวลชนในเมืองได้ ซึ่งไม่ใช่รถสองแถว แต่เป็นรถโดยสารสาธารณะที่ทันสมัย ซึ่งจะต้องมาคุยกับทุกฝ่ายว่าจะพัฒนายังไง ซึ่งมีการเตรียมพัฒนาพื้นที่ถนนนิมมานเหมินทร์ ทั้งการนำสายไฟลงดิน ไปจนถึงการจัดการจราจรเส้นทางเดียว รวมทั้งนำรถโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้าขนาดเล็กในพื้นที่เพื่อนำร่องในปีหน้านี้ และอาจจะขยายไปถึงถนนคูเมืองเชียงใหม่ในอนาคต
ขณะที่ตัวแทนภาคประชาชน กล่าวถีงปัญหาระบบขนส่งมวลชนเชียงใหม่ประเภทต่างๆ ที่ขาดแคลน โดยปัญหาจากการพูดคุย เรายังขาดการบูรณาการของภาครัฐ ไม่มีการศึกษาจากพื้นที่จริง ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน โครงสร้างพื้นฐานและกฎหมายที่ไม่พร้อม ขณะที่พฤติกรรมประชาชนยึดติดการใช้ยานพาหนะส่วนตัว โดยแนวทางที่แก้ไขปัญหา คือ การสร้างระบบขนส่งมวลชนที่ทดลองเรียนรู้ไปด้วยกันก่อน และสร้างพื้นที่ในเขตเมือง แหล่งท่องเที่ยวสำคัญให้เป็นเขตจำกัดการใช้ยานพาหนะส่วนตัวเหมือนต่างประเทศ กระตุ้นการใช้ขนส่งมวลชนมากขึ้น รวมทั้งนำเทคโนโลยีมาใช้ ตั้งหน่วยงานกลางในการรวบรวมข้อมูล วิจัย ประสานงานกับทุกฝ่าย และใช้โรงเรียนเป็นจุดเชื่อม เสริมสร้างการใช้ขนส่งมวลชนของคนรุ่นใหม่
ด้านทูตอารยสถาปัตย์เชียงใหม่ ได้เสนอแนวคิดการพัฒนาให้ผู้พิการสามารถใช้ระบบขนส่งมวลชนได้ง่าย เช่นรถเมล์ชานต่ำ การออกแบบสถานีขนส่งแบบ Universal Design ที่คนทุกกลุ่มใช้บริการได้ง่าย เร่มจากป้ายรถเมล์ ที่ผู้พิการสามารถเดินทางไปได้ง่าย เช่นทางเท้า ทางเชื่อมที่มีทางลาด และจอแสดงการเดินรถ สัญญาณเสียงแจ้งเตือน รวมทั้งมีจุดให้วีลแชร์ รถเข็นเด็กจอดใต้ป้ายรถเมล์ได้ ขณะที่รถโดยสารสาธารณะ ควรใช้เป็นรถเมล์ชานต่ำ ซึ่งทำให้ผู้พิการ ผู้สูงอายุขึ้นมาใช้ได้ง่าย ภายในรถควรมีจุดจอดวีลแชร์และเข็มขัดนิรภัย พร้อมสัญญาณเสียงแก่ผู้พิการทางสายตา สำหรับการให้บริการ เจ้าหน้าที่จะต้องได้รับการฝึกอบรมในการช่วยเหลือผู้พิการในการใช้บริการ
ด้านสภาเด็กและเยาวชนเทศบาลนครเชียงใหม่ ได้เสนอว่า ระบบขนส่งมวลชนควรสร้างขึ้นมาให้ประชาชนได้ลองใช้ ไม่ใช่สร้างมาแล้วหายไป ในระยะเวลาอันสั้น ควรผลักดันให้เกิดขึ้นจริงและอยู่ได้ในระยะยาว และส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น









ร่วมแสดงความคิดเห็น