คืบหน้าการฟื้นฟูความเสียหายเหตุกระบะชนเสาไฟฟ้า ชาวบ้านช็อคกระบะประกันแค่ 6 แสน หวั่นชดใช้ไม่ไหว

คืบหน้าการเร่งฟื้นฟูความเสียหายเหตุกระบะชนเสาไฟฟ้า ถนนสายหนองฮ่อ ชาวบ้านช็อคกระบะประกันแค่ 6 แสน หลังทราบข่าว หวั่นชดใช้ทั้งหมดไม่ไหว วอนการไฟฟ้ายื่นมือช่วยก่อน ขณะที่กระแสไฟสามารถใช้ได้ทุกหลังคาเรือนแล้ว

ความคืบหน้าการดำเนินงานเร่งฟื้นฟูถนนสายหนองฮ่อ ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ หลังเกิดเหตุรถกระบะส่งน้ำพุ่งชนเสาไฟฟ้าจนล้มพังเป็นทางยาว และส่งผลกระทบเป็นวงกว้างกับประชาชนในละแวกดังกล่าว โดยในวันนี้ (11 ก.ย.68) ซึ่งเข้าสู่วันที่สามหลังเกิดเหตุ วันที่ 9 ก.ย.68 ที่ผ่านมา ตลอดทั้งวันนี้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคยังคงระดมกำลังเข้าฟื้นฟูระบบไฟฟ้าบนถนนหนองฮ่อ ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ โดยมีการขุดหลุมติดตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงและแรงต่ำทดแทนต้นเดิมที่โค่นล้มเสียหายจากอุบัติเหตุตลอดเส้นทางเป็นระยะทาง 595 เมตร พร้อมกับเข้าเก็บซากอุปกรณ์ที่ตกค้างอยู่ตามร้านค้าและบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหาย โดยคาดว่าจะใช้เวลาอีก 3 วันจะดำเนินการแล้วเสร็จ ขณะที่ระบบไฟฟ้าถูกแก้ไขจนสามารถจ่ายไฟได้ครบทุกหลังคาเรือนแล้วตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา

ส่วนผลกระทบที่เกิดขึ้นกับบ้านและร้านค้ารวมกว่า 22 หลัง ทุกคนยังเดือดร้อน แม้จะมีเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อบต.ช้างเผือก และ ตำรวจ สภ.ช้างเผือก ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะได้รับการช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายอย่างไร

ว่าที่ร้อยตรี ปรีชาพล ปาละโมงค์ หนึ่งในเจ้าของร้านที่ได้รับความเสียหาย บอกว่า ช่างมาประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นกับหลังคาและโครงสร้าง ประมาณ 150,000 บาท แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของการชดใช้เยียวยา ความเสียหายที่เกิดขึ้นทำให้ยังเปิดร้านไม่ได้ ขาดรายได้ แถมยังมีค่าใช้จ่ายอีกมากและจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับการติดต่อแสดงความรับผิดชอบจากนายจ้างของกระบะส่งน้ำ

ตอนนี้ทุกคนกังวลมากเพราะทราบว่าประกันรถที่เกิดอุบัติเหตุคุ้มครองความเสียหายเพียง 600,000 บาท ไม่เพียงพอกับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน จึงทยอยเข้าแจ้งความกันไว้ แล้ว 2ขอเรียกร้องให้ทางการไฟฟ้าหรือ อบต.ช้างเผือก ยื่นมือมาช่วยเหลือค่าซ่อมแซมก่อนแล้วค่อยไปไล่เบี้ยเอากับกระบะและนายจ้าง หากให้ชาวบ้านเรียกร้องกันเองคงหมดหวัง

ด้าน พ.ต.อ.เสวก ชูศิริ ผกก.สภ.ช้างเผือก ระบุกรณีผลตรวจแอลกอฮอล์ในคนขับรถที่พบ 29.2 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ไม่เข้าเกณฑ์เมาแล้วขับ แต่ก็ยังต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต และ ขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย ขณะนี้พนักงานสอบสวนรอสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุที่รถเสียหลักพุ่งชนว่ามีสาเหตุมาจากความไม่พร้อมของสภาพร่างกายหรือไม่

รายงานจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเชียงใหม่ สรุปความเสียหายล่าสุดเป็นเสาไฟฟ้าเสียหายทั้งหมด 50 ต้น หมอแปลงไฟฟ้า 7 ลูก บ้านเรือนร้านค้า 22 หลัง รถยนต์ 13 คัน และ รถจักรยานยนต์ 2 คัน ส่วนนายทรงชัย รักวงศ์ษา อายุ 25 ปี คนขับรถยังคงรักษาตัวที่โรงพยาบาลนครพิงค์

ดร.ทองศุกร์ วงศ์โสภา ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองเชียงใหม่ 2 เปิดเผยว่า แผนปฏิบัติการคือ วันที่ 11 กันยายน เคลื่อนย้ายเสาเก่าและเปิดปากหลุมเสาใหม่ วันที่ 12 กันยายน สกัดโคนเสาและปักเสาใหม่ วันที่ 13 กันยายน ติดตั้งอุปกรณ์ และวันที่ 14 กันยายน พาดสายพร้อมเก็บงาน คาดว่าระบบไฟฟ้าจะกลับมามีเสถียรภาพสมบูรณ์ภายในวันที่ 15 กันยายน โดยการประเมินค่าเสียหายเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 5 ล้านบาท เนื่องจากยังมีเสาไฟฟ้าบางส่วนที่สามารถใช้การได้ โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดเชียงใหม่ จะแจ้งเรื่องค่าเสียหายไปทางนายจ้างต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น