หลังจากที่ นายนิโคลัส ปราเชนสกี กงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐออสเตรียประจำเชียงใหม่ ได้นำเสนอแนวคิดกระเช้าไฟฟ้าดอยสุเทพและระบบการเดินทางในเมืองแบบบูรณาการต่อผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้นำท้องถิ่นท่านอื่น ๆ ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2568 ปรากฎว่าประชาชน ชาวเชียงใหม่ ได้แสดงการสนับสนุนโครงการนี้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แม้จะมีการถกเถียงต่อต้านในปี พ.ศ. 2557 แต่ดูเหมือนว่าปัจจุบันประชาชนกำลังเรียกร้องให้โครงการนี้เกิดขึ้นจริงเสียที
ข่าวเกี่ยวกับกระช้าไฟฟ้าครั้งนี้ ไม่เพียงจะได้รับการเสนอผ่านสื่อมวลชนทั้งสื่อส่วนกลางและสื่อท้องถิ่น ยังมีการโพสต์เรื่องราวที่เกี่ยวข้องผ่านทางสื่อโซเชียล ยกตัวอย่างประชาชนชาวเชียงใหม่ได้เข้าไปตอบแบบสอบถามผ่านสื่อออนไลน์ท้องถิ่น “เชียงใหม่นิวส์” เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ซึ่งเป็นการสอบถามผ่านสื่อครั้งที่สองของ “เชียงใหม่นิวส์”
ปรากฎว่าผู้อ่านได้ให้การสนับสนุนอย่างล้นหลาม โดยมีผู้แสดงความคิดเห็นมากกว่า 1,300 คน ซึ่งความเห็น 97-98% สนับสนุนโครงการดังกล่าว นอกจากนี้ ยังมีเพจเฟซบุ๊กอีกอย่างน้อย 6 เพจ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ที่โพสต์คำถามทำนองเดียวกันนี้ต่อสาธารณชน และอีกครั้งที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ยกตัวอย่างเฟซบุ๊กเพจ ชื่อ “ดอยสุเทพเคเบิลคาร์” ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากชาวเชียงใหม่ โดยเฉพาะในโพสต์แรกมียอดไลก์มากกว่า 2,300 ไลก์ 835 ความคิดเห็น 108 แชร์ และ 98% ของความคิดเห็นทั้งหมดล้วนสนับสนุนโครงการนี้
ในบรรดาความคิดเห็นเชิงบวก มีหนึ่งความเห็นที่เป็นของ พระมหา จุลชีพ เขมชีโว พระสงฆ์ที่ผู้คนเคารพนับถือประจำวัดดอยปุย ท่านให้ความเห็นว่า “ในฐานะพระที่อยู่บนดอยขอเสนอความเห็น หนึ่ง จุดขึ้นกระเช้าควรพิจารณาให้รอบด้าน
ไม่ว่าการจราจร การขนส่ง พื้นที่การรองรับ ให้สอดคล้องกับแผนการพัฒนาตัวเมืองเชียงใหม่เพื่อไม่ให้เกิดรถติด และทำให้วิวสวยงาม สองตัวกระเช้าต้องไม่บดบังวิวทิวทัศน์ดอยสุเทพ ต้องไม่ผ่านสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ เช่นวัดต้องมีความปลอดภัย ต้องไม่ทำลายป่ามาก วิวทิวทัศน์ในระหว่างทางเป็นอย่างไร เห็นตัวเมืองเชียงใหม่ไหม เห็นธรรมชาติป่าไหม สาม จุดลงกระเช้าควรพิจารณาให้รอบด้าน เช่น ห่างจากที่ท่องเที่ยว มากแค่ไหน มีสถานที่รองรับไหม มีการขนส่งอย่างไร มีจุดลงกี่จุดผ่านอะไรบ้าง?” เมื่อเปรียบเทียบโครงการกระเช้าไฟฟ้าดอยสุเทพปี 2568 กับโครงการในปี 2557
จะเห็นได้ว่าโครงการปัจจุบันเป็นโครงการที่มีขนาดกะทัดรัด ที่ไม่ใช้งบประมาณสูงเกินไปและยังเหมาะกับบริบทด้านความยั่งยืน ความประหยัด และด้านสิ่งแวดล้อม ผลประโยชน์อื่น ๆ จากการมีกระเช้าไฟฟ้า คือ การขนส่งผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งจะทำได้เนื่องจากใช้เวลาการเดินทางที่สั้น รวมไปถึงช่วยเด็ก ๆ บนดอยที่ต้องเดินทางเข้ามาศึกษาในเมือง รวมทั้งจะมีช่วยป้องกันระวังไฟป่าได้เป็นอย่างดี
หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน คาดว่าโครงการกระเช้าไฟฟ้าดอยสุเทพจะเสร็จสมบูรณ์ภายใน 2
ปีนับจากนี้ เนื่องจากโครงการกระเช้าไฟฟ้าดอยสุเทพจะต้องผ่านเงื่อนไข ขั้นตอนตามกฎหมาย
ข้อกำหนดและข้อบังคับที่จำเป็นทั้งหมด เพื่อจะเป็นต้นแบบด้านการขนส่งสีเขียว การสัญจรในเมือง
และเป็นช่องทางส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่
เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงดอยที่ศรีของเมือง และเป็นส่วนหนึ่งของเชียงใหม่ตราบนานเท่านาน




ร่วมแสดงความคิดเห็น