นายกขึ้นเหนือ แถลงจับข้าราชการนำต่างด้าวมาสวมบัตร ปชช. และจับยานรกกว่า 11 ล้านเม็ด

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 20 พ.ย.68 ที่ห้องประชุมคุ้มแก้วขวัญดาว กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการแถลงข่าวผลการดำเนินการ “ปฏิบัติการตัดหมอกเวียงแหง” การดำเนินคดีกับขบวนการ นำคนต่างด้าวมาสวมตัว และทำหลักฐานเท็จ ในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ และผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติดคดีรายสำคัญ ในพื้นที่ ภ.5 จำนวน 3 คดี

โดยเจ้าหน้าที่ ส่วนปราบปรามทุจริตทางทะเบียนและบัตร สน.บท. เจ้าหน้าที่ สน.สก.กรมการปกครอง .สํานักงานตํารวจแห่งชาติ (บก.ปปป.,) ปปช., ปปท. และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ดำเนินการจับกุมกลุ่มขบวนการทุจริตเรียกรับผลประโยชน์ในการจัดทําใบสําคัญถิ่นที่อยู่ถาวรและการให้สัญชาติไทยแก่คนต่างด้าว ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 ในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ โดยมีการออกบัตรที่น่าสงสัยกว่า 20000 ราย โดยสามารถจับกุมปลัดอำเภอ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ อดีต หน.กง.ทบ.อ.เวียงแหง ปัจจุบัน ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่ อ.ภูซาง จ.พะเยา ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.ภูซาง จ.พะเยา และปลัดอำเภอ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ อดีต ปลัดอำเภอ(สำนักทะเบียน อ.เวียงแหง) ปัจจุบัน ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ ที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

กลุ่มอดีตลูกจ้างอำเภอที่ปฏิบัติหน้าที่ ที่ สำนักทะเบียน อ.เวียงแหงนางสาวชนันพัทธ์ ถูกจับกุมในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร นางสาวชนิศา ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ นายวิโรจน์ ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ นางสาวธัญชนก ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่

กลุ่มกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ผู้ใหญ่บ้าน ม.4 ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ต.เปียงหลวง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ (ปัจจุบันสียชีวิต) ผู้ใหญ่บ้าน ม.9 ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่

กลุ่มบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิด นส.คำแหลง ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ นายวันชัย ถูกจับกุมในพื้นที่ กทม.

นอกจากนี้ยังตรวจยึดอาวุธปืนได้เป็นจำนวนมากและจะมีการตรวจสอบว่าอาวุธปืนเหล่านี้ถูกต้องตามกฏหมายหรือไม่

การจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนสอบสวนพบว่าได้มีกลุ่มนายหน้าร่วมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐทุจริต นําคนต่างด้าวซึ่งไม่มีคุณสมบัติตามมติ ครม. ดังกล่าว มาทําการสวมตัวและ ทํารายการเท็จออกใบสําคัญถิ่นที่อยู่ถาวรและบัตรประจําตัว โดยทุกคนจะเสียค่าใช้จ่ายรายละ 8 แสนบางรายกว่าล้านบาท ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มจีนเทา และเชื่อมโยงกับการเปิดบัญชีม้าดำ จึงทำการรวบรวมพยานหลักฐานและมีการออกหมายจับและเปิดปฏิบัติการตัดหมอกเวียงแหง และจับกุมทั้งหมดไว้ได้ ก่อนแจ้งข้อหา ในความผิดฐานร่วมกันกระทําการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการใน ทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ ตามมาตรา 50 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534, นําเข้าสู่ระบบ คอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จหรือข้อมูลปลอมโดยทุจริตหรือโดย หลอกลวง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน มาตรา 9 ประกอบ มาตรา 14 (1) แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560, เป็นเจ้าพนักงานทําเอกสารเท็จ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดย ทุจริต ตามมาตรา 162 และมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

ซึ่งนอกจากอำเภอเวียงแหง ทางชุดทำงานยังพบว่ามีกระบวนการที่ทำรูปแบบนีในพื้นที่อื่นๆอีกในประเทศไทย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานในการดำเนินการต่อไป

ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แถลงผลปฏิบัติการ ระบุ เรื่องนี้ถือเป็นสิ่งที่น่าอับอายและเลวร้ายที่กลุ่มขบวนการนี้มีเจ้าหน้าที่รัฐบางรายมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ที่ไปหาประโยชน์กับสิทธิของคนที่รอกว่า 4.8 แสนคนที่มีสิทธิได้รับสัญชาติไทย ซึ่งบางคนรอคอยมากว่า 30-40 ปี ซึ่งเราได้รับการชื่นชมจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR ในการยุติการไร้สัญชาติ

แต่กลับมีการหาผลประโยชน์กับสิทธิของคนเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น อีกทั้งแสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงการใช้ช่องว่างของระบบทะเบียนราษฎร์ และสัญชาติเพื่อหาผลประโยชน์ให้กับกลุ่มจีนเทา ถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้เพราะถือเป็นการเปิดทางให้กับอาชญากรรมข้ามชาติ และธุรกิจผิดกฎหมายเข้ามาปลอมแปลงตัวตน ซึ่งมีผลกระทบต่อความมั่นคงโดยตรงกับประเทศ โดยรัฐบาลจะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เกิดสิ่งเหล่านี้

จากข้อมูลกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย พบที่ “อำเภอเวียงแหง” มีการทุจริตในการสวมสิทธิสถานะบุคคลมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ปี 2554 และเคยมีการจับกุมดำเนินคดีระดับปลัดอำเภอในคดีนี้ ถูกตัดสินจำคุก 5 ปี และอีกคดีในปี 2563 ซึ่งถูกลงโทษให้ออกจากราชการแล้ว แต่ยังกลับมาเกิดขึ้นซ้ำอีกในปีนี้ จึงเป็นเหตุให้กระทรวงมหาดไทยต้องขอความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น ดำเนินการล้างบางให้สิ้นซาก ไม่ให้กระทำผิดซ้ำอีก

ตนจึงได้สั่งล้างบางให้สิ้นซาก และการจับกุมครั้งนี้กระทรวงมหาดไทยได้ออกหมายจับระดับ “นายอำเภอเวียงแหง” เพื่อแสดงเจตนารมณ์ของรัฐบาลว่า ตั้งใจทำให้เห็นว่า ตั้งใจจริงเอาจริง ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เราจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาเช่นนี้ต่อไป เพื่อความมั่นคงแน่วแน่ ทำบ้านของเราให้สะอาด ฟื้นความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชน ปกป้องความมั่นคงของประเทศไทยอย่างเต็มกำลัง

ในส่วนคดียาเสพติด เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 บูรณาการร่วมกับ ฝ่ายปกครอง ฝ่ายทหาร และ สำนักงาน ป.ป.ส. บูรณาการป้องกันปราบปรามยาเวพติด สามารถจับกุมได้สามคดีสำคัญ โดยคดีแรก ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดีว่า พบเห็นรถยนต์กระบะ ยี่ห้อมาสด้า สีน้ำตาล บรรทุกหญ้าคาเต็มกระบะท้ายรถ จอดอยู่ข้างเมรุเผา ภายในฌาปนสถาน บ้านปงเคียน ต.ดงมหาวัน อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย จึงเข้าไปตรวจสอบไม่พบคนขับค้นในรถพบยาบ้า 6 ล้านเม็ด

คดีที่สองเจ้าหน้าที่สืบสวนจังหวัดพะเยาจับกุม ผู้ต้องหาได้ 1 คน พร้อมรถยนต์ 1 คัน ยาบ้า 5 ล้านเม็ด ในพื้นที่ ต.ห้วยลาน อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา คดีที่สามชุดสืบสวสจังหวัดเชียงราย ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า ผู้ต้องหามีรถยนต์บรรทุกมีพฤติการณ์หาฟางข้าวบรรทุกใส่รถเดินทางจากเชียงราย ไปยัง จ.สุพรรณบุรี จึงเข้าตรวจสอบ พบผู้ต้องหา 2 คน คือนายนิติฐพนธ์ และ น.ส.วิมลวรรณ กำลังเอาฟางข้าวขึ้นท้ายรถบรรทุกในลักษณะอำพราง จึงเข้าทำการตรวจค้น พบของกลาง ไอซ์ จำนวน 20 กระสอบ รวมประมาณ 500 กก. บรรทุกอยู่กระบะท้ายรถ ผู้ต้องหารับว่า ไปลำเลียงยาเสพติดมาจากพื้นที่ อ.เชียงแสน ไปส่งที่พื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยใช้ฟางข้าวปิดบังอำพราง ได้รับค่าจ้าง เป็นเงินจำนวน 1 ล้านบาท

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำหรับแก๊งสวมบัตร นั้นเกี่ยวข้องกับกลุ่มจีนเทา ซึ่งมีข้าราชการใช้ช่องว่างระบบสัญชาติ เป็นการเปิดทางเครือข่ายอาชญกรรมข้ามชาติเข้ามาสวมสิทธิคนไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และจากการสืบสวนสอบสวนพบว่ามีการทำที่อ.เวียงแหงเยอะมาก จึงมีการกวาดล้างครั้งใหญ่ และจับกุมทั้งหมด ในรัฐบาลยุคนี้จะสร้างความมั่นคงให้ประชาชน จะปราบปราบเรื่องเหล่านี้ให้หมดทำให้บ้านเมืองสอาด และไม่ว่าใครจะกระทำผิดเป็นคนมียศมีตำแหน่งก็จะจับให้หมด

สำหรับยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือเป็นจุดสำคัญในการนำเข้ายาเสพติด ซึ่งทุกหน่วยงานก็ประสานความร่วมมือป้องกันปราบปรามจับกุม ซึ่งจากนี้ทุกหน่วยงานจะเดินหน้าปราบปรามอย่างจริงจังรวมถึงการ ขยายผลต่อยอดถึงผู้ค้าผู้ส่งและอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ขอให้ความมั่นใจว่ากลุ่มผู้บุคคลที่เกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้จะถูกจับและได้รับโทษที่รุนแรงที่สุด รัฐบาลพร้อมสนับสนุนการทำงานของทุกภาคส่วนในการปราบปรามสกัดกั้นยาเสพติด.

ร่วมแสดงความคิดเห็น