ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอแม่สะเรียง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง โป๊ะแตก ใครหนอช่างกล้านำพื้นที่สาธารณะที่งอกตามลำห้วยมาจัดสรรหลอกขายเหยื่อนับ 10 ราย ป่าไม้เพ่งลงพื้นที่แล้ว
เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 นายสงกรานต์ สันติกูล นายก อบต.แม่คง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์พายุบัวลอยที่ผ่านมา มีบ้านหลังหนึ่งซึ่งได้โพสต์บ้านกำลังถูกน้ำซัดพังลงทั้งหลัง ในเขตพื้นที่บ้านทุ่งแล้ง หมู่ 1 ตำบลแม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน หลังจากนั้นเจ้าของบ้าน ได้เข้ายื่นขอความช่วยเหลือเป็นผู้ประสบภัยพิบัติ มายังองค์การบริหารส่วนตำบลแม่คง โดยองค์การบริหารส่วนตำบลแม่คง ร่วมการประชุมเพื่อพิจารณาการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในพื้นที่ตำบลแม่คงตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2568 และหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2563 และลงสำรวจพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย
พบว่าเป็นบ้านไม่มีเลขที่ และสร้างบ้านลุกล้ำลงไปในลำห้วยแม่สะลาบ มีการซื้อขายที่ดินแปลงนี้ ซึ่งยังไม่มีเอกสารสิทธิใดๆ มีเพียงสัญญาซื้อขายที่ดินลงวันที่ 31 เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2565 เป็นสัญญาที่ทำขึ้นระหว่าง ผู้ขาย (ขอสงวนนาม) และผู้ซื้อนายเอ (ไม่มีนามสกุล) มีหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ขึ้นต้นด้วยหมายเลข 0 ลงนามในสัญญาเป็น “ผู้ซื้อ” ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ตกลงทำสัญญากันทำขึ้นสองฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกัน จึงได้ลงลายมือชื่อเป็นสำคัญต่อพยาน และยึดถือไว้เป็นหลักฐานฝ่ายละฉบับ ตนเองจึงได้ชะลอการช่วยเหลือไปก่อน และได้รายงานข้อเท็จจริงไปยังอำเภอทราบ
และในวันนี้ นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง/ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมอำเภอแม่สะเรียง มอบหมายให้นายศตวรรษ สารถี ปลัดอำเภอ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย ในพื้นที่บ้านทุ่งแล้ง หมู่ที่ 1 ตำบลแม่คง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลแม่คง ผู้ใหญ่บ้านทุ่งแล้ง และสารวัตรกำนันตำบลแม่คง ผลปรากฏว่า ได้มีการสร้างบ้านลุกล้ำลงไปในลำห้วยแม่สะลาบจริง พื้นที่บ้านทุ่งแล้ง หมู่ 1 ตำบลแม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน
นายศตวรรษ สารถี ปลัดอำเภอกล่าวว่า จากเหตุอุทกภัย น้ำป่าไหลหลากที่ผ่านมา พบว่ามีบ้านเรือนของราษฎรบ้านทุ่งแล้งที่ปลูกสร้างบริเวณลำห้วยแม่สะลาบ จำนวน 1 หลัง ถูกน้ำกัดเซาะพื้นดินบริเวณโดยรอบทำให้บ้านเรือนได้รับความเสียหายทั้งหลัง อย่างไรก็ตาม หลังการลงพื้นที่ตรวจสอบยังไม่ปรากฏข้อมูลแน่ชัดว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของเอกชนหรืออยู่ภายใต้การกำกับดูแลและบริหารจัดการโดยหน่วยงานรัฐ ดังนั้น ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอแม่สะเรียง จักได้ประสานไปยังหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าวว่าเป็นที่ดินประเภทใด พร้อมทั้งดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการบุกรุกหรือครอบครองที่ดินของรัฐ และดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ กรณีบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งมีการครอบครองและสร้างที่อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวโดยชอบด้วยกฎหมาย จะได้รับความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในช่วงฤดูฝนปี 2568 หากผู้เสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรมอันเกี่ยวเนื่องกับการครอบครองที่ดิน สามารถยื่นคำร้องเรียน/ร้องทุกข์ต่อศูนย์ดำรงธรรมอำเภอแม่สะเรียง หรือสายด่วน 1567 ได้





ร่วมแสดงความคิดเห็น