เจ้าของร้านกาแฟอ่างแก้ว หัวจะปวด เจอมนุษย์ป้าวัย 53 ด่ากราดพนักงาน เหตุไม่พอใจหาว่าทำหน้าบึ้งใส่

เจ้าของร้านกาแฟอ่างแก้ว หัวจะปวด เจอมนุษย์ป้าวัย 53 เข้าใช้บริการ ฟาดงาด่ากราดพนักงาน เหตุไม่พอใจหาว่าทำหน้าบึ้งใส่ แถมถ่ายรูปโพสต์ประจานในเพจร้าน ทำเสียชื่อเสียงหวั่นเกิดดราม่า จนต้องออกมาชี้แจง น้อมรับหากร้านผิดจริง ขอสังคมพิจารณา

คลิปวิดีโอภายในร้านกาแฟแห่งหนึ่งที่เปิดให้บริการในอ่างแก้ว มช. ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ บันทึกภาพพฤติกรรมของหญิงวัย 53 ปี รายหนึ่งสวมชุดสีขาว ที่เข้ามาใช้บริการภายในร้าน แต่เกิดความไม่พอใจในตัวพนักงาน แล้วแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ต่อว่าด่าทอพนักงาน ขณะที่ทางพนักงานกำลังให้บริการภายในร้านกาแฟดังกล่าว อีกทั้งมีการพูดจาส่งเสียงดังจนทำให้ลูกค้าคนอื่นๆ ต่างพากันหันมาดู นอกจากนี้ลูกค้าหญิงรายนี้ยังมีการแสดงพฤติกรรม ที่ไม่เหมาะสมโดยการพยายามขอช่องทางติดต่อเจ้าของร้านคะยั้นคะยอกับทางพนักงาน ในขณะที่พนักงานยังทำงานและให้บริการลูกค้ารายอื่นๆ ก่อนที่ลูกค้าหญิงคนนี้จะได้เอาภาพของพนักงานในร้านทั้งสองคน มาโพสต์วิจารณ์หน้าเพจเฟสบุ๊คของร้าน โดยไม่มีการปิดบังใบหน้าแต่อย่างใด และเขียนวิพากษ์วิจารณ์ให้ทางร้านเกิดความเสียหาย และกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์

ขณะที่ต่อมา ทางร้านไดัมีการโพสต์ข้อความชี้แจง และเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พี้อมกันกับได้มีการนำคลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาโพสต์แสดงหลักฐานทั้งหมดเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับทางร้าน พร้อมทั้งได้ให้ข้อมูลกับทางผู้สื่อข่าวว่า เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 ม.ค.69 ที่ผ่านมา โดยลูกค้าหญิงรายนี้ได้เข้ามาใช้บริการกับทางร้าน ซึ่งในตอนแรกได้เข้ามาสั่งกาแฟกับทางน้องพนักงาน แต่ขณะนั้นเป็นช่วงที่มีลูกค้ามาใช้บริการหลายคน ทางพนักงานก็ได้รีบทำออเดอร์ให้ลูกค้า จึงไม่ได้พูดคุยกับลูกค้า ทำให้ทางหญิงคนดังกล่าวเกิดความไม่พอใจ และเข้าใจว่าพนักงานแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมไม่ยิ้มแย้มต้อนรับลูกค้า พร้อมกับมีการพูดจาว่าพนักงานว่าทำหน้าบึ้งไม่ต้อนรับลูกค้า ซึ่งในตอนนั้นทางน้องพนักงานก็ไม่ได้คิดอะไรและได้ให้บริการลูกค้าคนอื่นต่อไป

ต่อมา หญิงลูกค้าคนนี้ก็ได้กลับเข้ามาที่เค้าเตอร์อีกครั้งโดยได้มาทำการซื้อน้ำดื่ม ราคา 15 บาท และได้มีการชำระเงินโดยการสแกน QR CODE กับเครื่องสแกนของร้าน โดยเป็นระบบสแกนแล้วเครื่องจะปริ้นสลิปบิลสินค้าออกจากเครื่อง แต่ทางพนักงานเห็นว่าสลิปรายการจ่ายเงินยังไม่ถูกปริ้นออกมา จึงได้มีการทักท้วงกับหญิงลูกค้า แต่กลับทำให้ลูกค้าไม่พอใจอีกทั้งมีการด่าทอต่อว่าพนักงานอีกครั้ง ด้วยความโมโห หาว่าพนักงานไม่มีมารยาทและทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม ซึ่งก็ทำให้น้องพนักงานถึงกับสงสัยว่าไปทำพฤติกรรมอะไรที่ทำให้ลูกค้าเกิดความโมโห

จนกระทั่งในเวลาต่อมา หญิงลูกค้าคนนี้ได้เดินเข้ามาที่เค้าเตอร์อีกครั้ง พร้อมกันกับได้ขอช่องทางติดต่อกับทางเจ้าของร้าน โดยทางน้องพนักงานก็ได้ชีแจงและบอกให้ลูกค้าคนนี้เข้าไปที่เพจเฟสบุ๊คของทางร้าน แต่ทางลูกค้ากลับบอกว่าหาไม่เจออีกทั้งยังคะยั้นคะยอ ให้ทางพนักงานให้เบอร์โทรเจ้าของร้านเพื่อที่จะโทรไปต่อว่าและรายงานพฤติกรรมของพนักงาน จนทำให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการหลายรายที่ยืนต่อคิวพากันยืน งง สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นในร้าน อีกทั้งบางรายไม่กล้าเข้ามาใช้บริการ

จนในเวลาต่อมา หลังจากที่ลูกค้าหญิงรายนี้สามารถเข้าไปติดต่อกับทางเพจได้ ก็ได้มีการส่งข้อความเข้าไปยังเพจ และพยายามติดต่อกับเจ้าของร้าน ซึ่งในตอนนั้นทางตนก็เห็นข้อความแล้ว แต่ยังไม่ได้ตอบ จนกระทั่งถัดมาอีก 1 วัน คือวันที่ 12 ม.ค.69 ตนได้ตอบกลับลูกค้าหญิงรายนี้ ซึ่งทางเจ้าตัวก็ได้มีการพิมพ์ข้อความมาต่อว่าอย่างหนัก และเรียกร้องให้ทางร้านไล่พนักงานทั้งสองคนในร้านออก โดยให้เหตุผลว่ามีการแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ทำให้ตนได้ทำการสอบถามไปทางพนักงาน พร้อมทั้งตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด ก็พบพฤติกรรมของหญิงลูกค้าคนนี้

เจ้าของร้าน ยังบอกอีกว่า ตนได้พยายามเจรจาพูดคุยกับลูกค้าหญิงคนนี้ แต่กลับพบว่าเจ้าตัวไม่ยอมเข้าใจ และมีการนำภาพของน้องพนักงานทั้งสองคนมาโพสต์วิพากษ์วิจารณ์ลงในเพจของร้าน จนสร้างความเสียหายกับทางร้าน และมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กับกรณีที่เกิดขึ้น และยังมีลูกค้ารวมถึงประชาชนคนอื่นๆ ที่เข้ามาเห็นโพสต์ก็ต่างพากันเขียนวิจารณ์ถึงการกระทำของลูกค้าคนนี้ ซึ่งทางร้านก็ไม่ได้นิ่งดูดายและมีการโพสต์ชี้แจง อีกทั้งมีการนำคลิปเหตุการณ์ในวันดังกล่าวมาโพสต์ลงในเพจเช่นกัน เพื่อให้สังคมได้พิจารณาและตัดสิน

อย่างไรก็ตามกรณีที่เกิดขึ้น ทางเจ้าของร้านบอกว่า ทางร้านไม่ได้ติดใจเอาความกับลูกค้า และไม่ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีแต่อย่างใด แต่เพียงไม่ให้อยากให้ลูกค้าคนนี้ไปแสดงพฤติกรรมในลักษณะเช่นนี้กับที่อื่นอีก เพราะมันเป็นการสร้างความรำคาญและทำลายบรรยากาศของร้านที่ให้บริการกับคนอื่น โดยเฉพาะร้านของตนที่เปิดมาเกือบจะ 8 ปี แล้ว ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้แต่อย่างใด และเพิงเคยเจอลูกค้าคนไทยที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ สิ่งที่ตนออกมาพูดเพื่อเป็นการปกป้องชื่อเสียงของร้านและพนักงาน และเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกด้วย

ร่วมแสดงความคิดเห็น