บุกจับคาโรงแรม 2 นายทุนจีนพร้อมนอมินีสาวไทย เปิดบริการโรงแรมหรูกลางเมือง พบนายทุนหนีไปได้หนึ่งคน
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงใหม่ นำหมายค้นจากศาลจังหวัดเชียงใหม่เข้าตรวจสอบภายในโรงแรมหรูชื่อดังย่านถนนช้างคลาน ต.ช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่ หลังพบหลักฐานเปิดให้บริการโดยนักธุรกิจชาวจีนและใช้คนไทยเป็นนอมินี ก่อนแสดงหมายจับเข้าจับกุมนายหม่า และ นายมี่ สัญชาติจีน รวมทั้งขยายผลจับกุม นางสาวจิน (นามสมมุติ) สัญชาติไทย ที่เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทในลักษณะนอมินี ได้ภายในห้องประชุมโรงแรม
พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.ตม.5 เปิดเผยว่า ตำรวจตรวจค้นเข้าเมืองเชียงใหม่มีการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหรือกระทำผิดกฎหมายในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยเมื่อกลางปี 2568 ตำรวจตรวจค้นเข้าเมืองเชียงใหม่ สืบสวนพบว่ามีบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันมีนางสาวจิน (นามสมมุติ) สัญชาติไทย เป็นกรรมการบริษัทผู้อำนาจและผู้ถือหุ้น โดยมีนายหม่า และ นายมี่ เป็นผู้ถือหุ้น ได้เช่าและดำเนินกิจการโรงแรมหรูแห่งหนึ่งย่านถนนช้างคลาน
โดยทราบว่านางสาวจิน ผู้ถือหุ้นสัญชาติไทย ถือหุ้นในบริษัทแทนคนต่างด้าว อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โดยคนต่างด้าวทั้งสองได้ลักลอบทำงานในบริษัทแห่งนี้ โดยไม่มีใบอนุญาตทำงานและประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต
ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องและยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอหมายจับและศาลจังหวัดเชียงใหม่ ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ก่อนนำหมายค้นและหมายจับเข้าจับกุมได้
โดยสองนายทุนชาวจีนจะถูกดำเนินคดีในความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวประกอบอาชีพหรือรับจ้างทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน , เป็นคนต่างด้าวยินยอมให้ผู้มีสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่มิใช่คนต่างด้าวตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 , ช่วยเหลือหรือสนับสนุนหรือร่วมประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว อันเป็นธุรกิจที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยคนต่างด้าวนั้นมิได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจดังกล่าว , เป็นกรรมการ หุ้นส่วน หรือผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลซึ่งรู้เห็นเป็นใจกับการประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือ มิได้จัดการตามสมควรเพื่อป้องกันมิให้เกิดความผิด และ ร่วมกันประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต”
ส่วนนางสาวจิน (นามสมมุติ) สัญชาติไทย ถูกดำเนินคดีความผิดฐาน “ให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนหรือร่วมประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว อันเป็นธุรกิจที่กำหนดไว้ในบัญชีท้าย
พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โดยคนต่างด้าวนั้นมิได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจดังกล่าว หรือร่วมประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวโดยแสดงออกว่าเป็นธุรกิจของตนแต่ผู้เดียวหรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าว ในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัดหรือนิดิบุคคลใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542, เป็นกรรมการ หุ้นส่วน หรือผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลซึ่งรู้เห็นเป็นใจกับการประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือมิได้จัดการตามสมควรเพื่อป้องกันมิให้เกิดความผิดและร่วมกันประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต”
พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.ตม.5 เปิดเผยว่า ชาวจีนที่ถูกจับกุมเข้ามาในประเทศไทยด้วยวีซ่าฟรี แต่เมื่อเข้ามาแล้วมีพฤติกรรมประกอบกิจการและประกอบอาชีพที่ผิดกฎหมาย โดยทราบว่าก่อนหน้านี้ได้เดินทางเข้ามาหลายครั้งก่อนจะมาลงทุนเช่าโรงแรม ทางตำรวจได้สืบสวนมานานหลายเดือนจนมีหลักฐานชัดเจน โดยเฉพาะเส้นเงินในการโอนเช่าโรงแรมกว่า 3 ล้านบาท และ รายได้จากการเปิดบริการที่เข้าบัญชีของนายทุนจีนโดยตรง และ นอกจากสองชาวจีนที่ถูกจับกุมยังมีหญิงชาวจีนอีกหนึ่งคนที่อยู่ระหว่างหลบหนี
พล.ต.ต.สราวุธ กล่าวว่า ชาวต่างชาติสามารถเข้ามาทำธุรกิจหรือประกอบอาชีพในประเทศไทยได้ แต่จะต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดกฏหมาย โดยฝากถึงคนไทยที่เข้าร่วมมือเป็นนอมินีให้กลุ่มทุนต่างชาติโดยผิดกฏหมายจะถูกจับกุมดำเนินคดีทุกราย




ร่วมแสดงความคิดเห็น