เมื่อท่านอาจารย์ประเวศ วะสี และท่านอาจารย์อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ ชวนผมมาทำโครงการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เมื่อปีพ.ศ.2529 เงื่อนไขข้อหนึ่งคือ อาจารย์ผู้ใหญ่ทั้งสองท่าน จะรับผิดชอบหาทุนสนับสนุนการทำงาน
มูลนิธิหมอชาวบ้าน เป็นคนจ่ายเงินเดือนเจ้าหน้าที่ และมีการทำข้อมูลเผยแพร่สื่อต่างๆตลอด 10 กว่าปีแรกของโครงการ เป็นการปิดทองหลังพระอย่างสุดๆ ส่วนผมได้แต่ออกแรงช่วย
เราเห็นความสำคัญของการรณรงค์/สื่อสารให้ประชาชนรู้ถึงพิษภัยของการสูบบุหรี่ ที่สมัยนั้นคนยังไม่รู้กันเป็นส่วนใหญ่
ในจำนวนกรรมการโครงการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ 10 คน มากกว่าครึ่งจึงเป็นคนในวงการสื่อ อาทิ อาจารย์พงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร คุณสันติ วิริยะรังสฤษ คุณดำรง พุฒตาล คุณแอ้ กรรณิกา ธรรมเกษร รวมทั้งที่ไม่ได้เป็นกรรมการอย่าง ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล คุณลดาวัลย์ วงศ์ศรีวงศ์ ฯลฯ
ผมจะเป็นคนทำข้อมูล เขียนข่าว แล้วคุณบังอร ฤทธิภักดี ที่จบอักษรศาสตร์จุฬาฯ จะเป็นคนขัดเกลา ปรับปรุงก่อนส่งให้หนังสือพิมพ์ ทีวีช่องต่างๆ ด้วยการส่งแฟกซ์ 17 ชิ้นในแต่ละข่าวที่เขียน ใช้เงินเพียง 50-60 บาท
ท่านอาจารย์ประเวศ ได้ประสานให้ผมไปพบคุณประกิต อภิสารธนรักษ์ เจ้าของบริษัท ประกิตแอนด์แอสโซซิเอท ทำสปอตรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ 4 สปอตให้ฟรี โดยผมกับอาจารย์นพ.สุรเกียรติ อาชาณานุภาพ เป็นคนพูดกับคนไข้จากการสูบบุหรี่
เราทำสติกเกอร์“ เขตปลอดบุหรี่” พิมพ์แจกเผยแพร่ประกอบการรณรงค์ ค่าพิมพ์แผ่นละ 2-2.5 บาท เราขอบริจาคจากแหล่งต่างๆมาพิมพ์ครั้งละ 10,000 แผ่น เป็นเงิน 25,000 ถึง 30,000 บาท
เราร่อนจดหมายถึงธนาคารต่างๆเพื่อขอบริจาค ได้รับการติดต่อให้ไปรับเงินที่ธนาคารสาขาหนึ่งแถวถนนบางนา-ตราดที่กำลังอยู่ในระหว่างก่อสร้าง บ่ายที่ผมกับบังอรขับรถไป ฝนตกรถติดหนัก ผมกลัวว่ารถที่ผมขับซึ่งเก่าแล้วจะดับกลางทางได้รับเงินบริจาคมา 30,000 บาทเพื่อผลิตสติกเกอร์เขตปลอดบุหรี่ 10,000 แผ่น นี่เป็นตัวอย่างหนึ่ง
หลังจากที่เราทำงานไปหลายปี มีกฏหมายห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ ห้ามโฆษณาออกมา สำนักงานองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย เริ่มแบ่งงบประมาณประมาณปีละ 2-3 แสนบาทให้เราใช้ผลิตสื่อและจัดกิจกรรมรณรงค์ในวันไม่สูบบุหรี่โลก
ผมกับบังอรไปปรึกษาท่านอาจารย์ประเวศเรื่องให้ท่านช่วยหาทุน ท่านบอกว่า เราทำเท่าที่เรามีก็พอแล้ว
ผมทวงที่ท่านสัญญาว่าผมไม่ต้องห่วงเรื่องหาทุนมาทำงาน ท่านอาจารย์ประเวศได้แต่หัวเราะ “มันก็เป็นอย่างนี้แหละ”
แต่โชคดีที่มีวงการสื่อมวลชน ศิลปินดารา ที่นำโดยป๋า ส.อาสนจินดา ดอกดิน กัญญามาลย์ วงการกีฬาคุณถิระชัย วุฒิธรรม ปิยะพงศ์ ผิวอ่อน ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ที่สนับสนุน เวลาเราจัดกิจกรรมต่างๆ เราไม่มีค่าตอบแทนคนที่มาร่วม ได้รับแต่ค่าเดินทาง 1,000 บาท หลายคนก็ไม่ยอมรับเงินค่าเดินทาง
การทำงานในช่วง 10 ปีกว่า จึงหนักไปทางวิ่งเต้น/ผลักดันให้เกิดนโยบาย/กฏหมายควบคุมยาสูบ โดยอาศัยบารมีของท่านอาจารย์ประเวศทางสังคม และอาจารย์อรรถสิทธิ์ที่มีคอนเน็ทเช่นทางการเมือง เป็นผู้ประสานงาน
ความยากลำบาก/ขาดแคลนเงินที่จะทำกิจกรรมต่างๆ ความยากลำบากในการหาทุนดำเนินโครงการ และความจำเป็นที่จะต้องมีทุนดำเนินงานให้ภาคีใหม่ๆ เข้ามาร่วมสร้างกระแสนิยมไม่สูบบุหรี่
เป็นพลังผลักดันให้ผมกับคุณหมอสุภกร บัวสาย เข้าร่วมกับภาคีที่มีจิตสาธารณะภายใต้การชี้นำของท่านอาจารย์ประเวศ ร่วมกันวิ่งเต้น/ผลักดันจนมีการออกกฏหมายตั้งกองทุนจากภาษีบุหรี่และสุรา สสส.เพื่อให้มีเงินงบประมาณ ในการสนับสนุนการควบคุมยาสูบ และการลดปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ
ใช้เวลา 7 ปี ระหว่างพ.ศ.2537-2544 โดยกองทุนสสส.เริ่มสนับสนุนโครงการต่างๆปลายปี พ.ศ.2545
กองทุนสสส.ทำให้มีภาคีทำงานรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ กระจายอยู่ทั่วประเทศ เกิดพลังขับเคลื่อนนโยบายยากๆ และรับมือกับอิทธิพลของบริษัทบุหรี่ที่ส่งผ่านหลายช่องทาง ที่มีมากขึ้นในสังคมไทย
ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 19 มกราคม 2569


ร่วมแสดงความคิดเห็น