9 พรรคการเมือง ร่วมถกปัญหา 6 วิกฤตเชียงราย แฉเดือด “ส่วยสัญชาติ” 2 แสนซื้อบัตรประชาชน—ชูโมเดลแก้ปัญหาน้ำปนเปื้อน-ฝุ่นข้ามพรมแดน
วันที่ 20 มกราคม 2569 เวทีการเมืองเชียงรายลุกเป็นไฟ เมื่อ 9 พรรคการเมืองตบเท้าเข้าร่วมเวทีแสดงวิสัยทัศน์ “ผ่าทางตันเชียงรายกลางวิกฤตที่ต้องร่วมแก้ไข” ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเมืองเชียงราย ท่ามกลางวิกฤตเรื้อรังทั้งเรื่องมลพิษ สารพิษในแหล่งน้ำ และขบวนการจีนสีเทาที่กัดกินพื้นที่ชายแดน
กลุ่ม “Chiang Rai Watch” ซึ่งเป็นนักข่าวภาคสนาม และสื่อท้องถิ่น ร่วมกับศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย สำนักวิชานิติศาสตร์-สำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเมืองเชียงรายได้จัดเวทีแสดงวิสัยทัศน์ “ผ่าทางตันเชียงรายกลางวิกฤตที่ต้องร่วมแก้ไข” มีผู้เข้าร่วมกว่า 150 คน เป็นศิลปิน นักศึกษา นักวิชาการ ประชาชนผู้สนใจ และผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วม เช่น อ.นคร พงษ์น้อย ผู้อำนวยการศิลปวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย นางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา “ครูตี๋” นิวัฒน์ ร้อยแก้ว รักษ์เชียงของ ดร.แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยสิรินธร (องค์การมหาชน) นายนิพนธ์ ใจนนท์ถี นายกสมาคมขัวศิลปะ
ทั้งนี้มีพรรคการเมืองส่งตัวแทนมาร่วมแสดงวิสัยทัศน์ใน 6 ประเด็น 9 พรรค ได้แก่ น.ส.พรรณิการ์วานิช นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ และ น.ส.จุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม พรรคประชาชน นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ พรรคภูมิใจไทย นายชัยยนต์ ศรีสมุทร พรรคเพื่อไทย นายสมมาตร วิสุทธิวงษ์ พรรคประชาธิปัตย์ นายธเนตร ติ๊บโท๊ะ พรรคโอกาสใหม่ นายสมนึก ใจจักร์ พรรครวมไทยสร้างชาติ นายพันธวัช ภูผาพันธกานต์ พรรคพลวัต นายบัณฑิต สุรินเปา พรรคไทยก้าวหน้า และ นายธนัยรัชต์ ศรีโชติ พรรคปวงชนชาวไทย
สำหรับ 6 ประเด็นหลักที่ทำให้เมืองเชียงรายถึงจุดตีบตันจนต้องรีบหาทางออกอย่างเร่งด่วน และเป็นคำถามถึงผู้สมัคร ส.ส. หรือตัวแทนพรรคการเมืองในกิจกรรมนี้ ประกอบด้วย 1.สารโลหะหนัก ปนเปื้อนในแม่น้ำสายหลัก 2.อาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด สแกมเมอร์ และการฟอกเงินสีเทา 3.มลพิษทางอากาศ ฝุ่น PM 2.5 ที่ยังแก้ไม่ตก 4.ทุจริตเลือกตั้ง การใช้เงินซื้อเสียงมหาศาล 5.ศิลปวัฒนธรรม ขาดการสนับสนุนจากรัฐอย่างจริงจัง 6.สิทธิสถานะบุคคล ปัญหาสัญชาติของกลุ่มชาติพันธุ์
นส.พรรณิการ์ วานิช จากพรรคประชาชน เปิดข้อมูลสุดช็อกเกี่ยวกับ “ส่วยสัญชาติ” โดยระบุว่าในพื้นที่เชียงรายมีความเหลื่อมล้ำรุนแรง กลุ่มทุนสีเทาสามารถใช้เงินเพียง 2 แสนบาทเพื่อซื้อสัญชาติไทยและสวมสิทธิคนตายได้ทันที ในขณะที่ชาวบ้านชาติพันธุ์ที่อยู่มานาน 40-60 ปี กลับต้องรอคอยอย่างไร้ความหวังเพราะไม่มีเงินจ่ายส่วย พร้อมเสนอให้มีการปราบส่วยและจัดการงานชายแดนแบบรวมศูนย์
ด้าน พรรคโอกาสใหม่ โดยนายธเนตร ติ๊บโท๊ะ เสริมว่าปัญหาเกิดจากผู้นำท้องถิ่นบางกลุ่มที่หากินกับคนไร้สัญชาติ ซึ่งต้องจัดการขั้นเด็ดขาดเพื่อให้การศึกษาและความเท่าเทียมเป็นทางออก
ปัญหาการปนเปื้อนในแม่น้ำกกและฝุ่นพิษ กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทุกพรรคเสนอทางแก้ที่แตกต่างกัน พรรคเพื่อไทย นายชัยยนต์ ศรีสมุทร ชี้ว่าไทยต้องกล้าคุยกับ “จีน” ซึ่งเป็นผู้ซื้อหลักจากเหมืองในพม่าที่ปล่อยน้ำเสีย และต้องทบทวนกฎหมายนำเข้าสินค้าเกษตรที่มาจากการเผา พรรคประชาธิปัตย์ เสนอใช้ข้อตกลงอาเซียนเจรจาต้นทาง และใช้ระบบชลประทานเติมน้ำใหม่เพื่อเจือจางมลพิษ พร้อมดัน พรบ.อากาศสะอาด พรรคภูมิใจไทย ชูโมเดล “เน็ตซีโร” และเกษตรปราณีต เปลี่ยนพื้นที่เผาเป็นแหล่งพลังงานสะอาด และส่ง “พยาบาลอาสา” เข้าตรวจสอบสุขภาพชาวบ้านเชิงรุก พรรคปวงชนไทย เสนอใช้เทคโนโลยี AI ตรวจสอบเส้นทางเงินทุนสีเทา และใช้ปูนขาวบำบัดน้ำในแม่น้ำกก พรรครวมไทยสร้างชาติ ผุดไอเดีย “ธรรมชาติกำจัดธรรมชาติ” ส่งเสริมปลูกกาแฟ 1.8 แสนไร่ ใช้ไม้ใหญ่ดูดซับหมอกควัน
ในประเด็นการเมือง นส.พรรณิการ์ (พรรคประชาชน) เผยตัวเลขน่าตกใจจากการเก็บข้อมูลว่า บางเขตอาจมีการใช้เงินซื้อเสียงสูงถึง 62 ล้านบาทต่อเขต ซึ่งเสี่ยงต่อการที่กลุ่มทุนจะ “ซื้อประเทศไทย” ขณะที่พรรคโอกาสใหม่เปรียบการซื้อเสียงเหมือน “ผี” ที่รู้ว่ามีแต่จับไม่ได้ เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐทำงานอย่างจริงจัง
ตัวแทนจาก พรรคเพื่อไทย และ ประชาธิปัตย์ เห็นตรงกันว่า เชียงรายเป็นเมืองศิลปะระดับยูเนสโก แต่รัฐกลับสนับสนุนน้อย โดยพรรคเพื่อไทยต้องการให้ศิลปะเข้าไปอยู่ในหลักสูตรการศึกษาตั้งแต่อนุบาล ไม่ใช่เป็นเพียงจุดถ่ายรูปเช็คอินที่คนในพื้นที่เข้าไม่ถึง
เวทีนี้สะท้อนให้เห็นว่า “เชียงราย” ไม่ได้เผชิญเพียงปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่เป็นปัญหาโครงสร้างอำนาจ การทุจริต และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ซับซ้อน ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่ประชาชนเชียงรายต้องตัดสินใจเลือก “อนาคต” ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง






ร่วมแสดงความคิดเห็น