เท้ง ช่อ หาเสียงช่วยผู้สมัคร ชู้แก้ปัญหามลพิษ สารปนเปื้อน iLaw

เชียงราย เท้ง ช่อ หาเสียงช่วยผู้สมัคร ชู้แก้ปัญหามลพิษ สารปนเปื้อน iLaw ร่วมรณรงค์ แก้ไข ร่างรัฐธรรมนูญ

วันที่ 20 ม.ค.69 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือเท้ง หัวหน้าพรรคปรชาชน เดินทางไปหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่ จ.เชียงราย ตลอดทั้งวัน โดยช่วงเช้าเดินทางไปที่ตลาดเชียงแสน อ.เชียงแสน เพื่อช่วยนายสุทัศน์ ยาละ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 7 ของพรรค โดยได้ลงพบปะกับประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าในตลาดซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีและไม่มีผู้มีความเห็นต่างเข้าไปพบเจอ ขณะที่นายณัฐพงษ์ได้ขึ้นรถปราศรัยบอกกับประชาชนการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.นี้ แตกต่างจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเพราะจะไม่มีสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) มาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีด้วยดังนั้นจึงมีความสำคัญอย่างมากในการเลือกผู้บริหารประเทศที่มาจากอำนาจสูงสุดที่มาจากประชาชน

วันเดียวกันนายณัฐวุฒิและคณะได้เดินทางด้วยรถหาเสียงไปตามถนนสายเชียงแสน-สามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จากนั้นเดินทางไปยีงตลาดสด อ.แม่จัน ในเขตเลือกตั้งที่ 2 จากนั้นในช่วงเวลาประมาณ 17.00 นได้เดินทางไปบริเวณถนนคนเดินบ้าน ชุมชนบ้านดู่เมืองใหม่ อ.เมือง จ.เชียงราย เขตเลือกตั้งที่ 1 ร่วมกับ นางสาวพรรณิการ์ หรือช่อ วานิช ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน โดยมี นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชนเขต 1 นายณัฐดนัย วัดเกี้ยวพงษ์ ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมกันช่วยผู้สมัครหาเสียงเลือกตั้ง

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่าการเมืองแบบเก่าจะมีการรวบรวมเสียงกันในสภาผู้แทนราษฎรจากนั้นแต่ละพรรคก็จะแบ่งโควต้ารัฐมนตรีกัน โดยไม่สนใจว่า ส.ส.คนใดมีประวัติสีเทาๆ บางคนเคยมีประวัติคายาเสพติดบ้าง ค้ามนุษย์บ้าง บางคนค้าแป้ง ก็ได้มาเป็นผู้บริหารประเทศ ซึ่งในส่วนของพรรคประชาชนเราไม่เป็นเช่นนั้นแต่เราจะทำให้การเมืองเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง คนจะเข้าไปมีตำแหน่งต้องมีความรู้ความสามารถไม่ใช่มาจากโควต้าดังกล่าว

เมื่อถามกรณีนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครของพรรคจะฟ้องเพจต่างๆ ทำให้มีคนออกมาพูดว่าสมัย พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ก็เคยโดยด่ามาเยอะแต่ไม่เคยฟ้องร้องเลยว่า หากเป็นข้อวิพากษ์วิจารย์ทางการเมืองเราไม่เคยฟ้องร้อปิดปากใคร เเพราะเรายืนยันในเรื่องสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและเราเป็นคนสาธารณะต้องวิพากษ์วิจารย์ได้ แต่เมื่อมีการใช้ข้อมูลเท็จ บิดเบือน ในการโจมตีกันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ตนและผู้บริหารพรรคจึงต้องสิทธิในทางกฎหมายในการปกป้องสิ่งที่บิดเบือนดังกล่าวแลจะเห็นได้ว่าประชาชนหลายคนอาจตกเป็นเหยื่อได้เราจึงต้องทำให้การเมืองไทยอยู่ในจุดที่ถูกต้อง

ด้าน นางสาวพรรณิการ์ วานิช กล่าวว่า เชียงรายในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เรามี สส. เขตที่รักษาเขตไว้ ดังนั้นเป้าหมายครั้งนี้ไม่ใช่แค่รักษาแชมป์เดิม แต่มั่นใจว่าจะเพิ่มจำนวน สส. ได้ เรื่องบ้านใหญ่ มุ้งใหญ่ เราไม่กังวล เพราะตั้งแต่ยุคอนาคตใหม่มาจนถึงพรรคประชาชน ประชาชนได้พิสูจน์แล้วว่าถ้าต้องการการเปลี่ยนแปลงต้องเลือกเรา
​เราทำให้เห็นแล้วว่าแม้เป็นฝ่ายค้านก็สร้างการเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งการผลักดัน พรบ. อากาศสะอาด ที่เราอยู่โหวตเต็มที่เกิน 90% รวมถึงประเด็นเฉพาะในเชียงรายอย่างเรื่อง PM 2.5 และปัญหาแม่น้ำโขงที่เราตั้งกระทู้สดติดตามอย่างต่อเนื่อง เรามีนโยบายชัดเจนว่ารัฐบาลประชาชนจะเจรจากับกลุ่มทุนนากาเพื่อแก้ปัญหายาเสพติด และตรวจสอบว่าแร่ Rare Earth ที่จะนำมาแปรรูปในไทยต้องไม่มาจากเหมืองเถื่อน
​วันนี้ประชาชนถามกันมากว่าเลือกแล้วจะได้เป็นรัฐบาลไหม นั่นคือส่วนหนึ่งของปัญหารัฐธรรมนูญ แม้ สว. จะไม่มีอำนาจเลือกนายกฯ แล้ว แต่ยังมีอำนาจตั้งองค์กรอิสระ ซึ่งถ้า สว. มีเจ้าของ องค์กรอิสระก็มีเจ้าของ กลไกการตรวจสอบทุจริตของประเทศจะพังไปหมด รัฐธรรมนูญนี้มีแต่กลโกงที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นถ้าต้องการเปลี่ยนประเทศไปข้างหน้า ไม่เอาการเมืองแบบเดิมๆ คำตอบคือการเพิ่ม สว. และเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญใหม่

นอกจากนี้ยังมีกลุ่ม ที่รณรงค์ให้ลงมติ เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยมีนายสราวุทธิ์ หรือเซียนแส่น กุลมธุรพจน์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ร่วมกับ กลุ่มโครงการอินเทอร์เน็ตกฎหมายเพื่อประชาชน ( iLaw ) กลุ่ม ใส้ติ่งโซไซตี้ ศิลปินจังหวัดเชียงราย ร่วมรณรงค์ในพื้นที่ด้วย

นายสราวุทธิ์ กุลมธุรพจน์ กล่าวว่า บรรยากาศการรณรงค์ในวันนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและคึกคักพอสมควร มีผู้สมัครจากหลายเขตและหลายพรรคการเมืองทยอยเข้ามาติดป้ายแสดงจุดยืนอย่างต่อเนื่อง โดยมีความคิดเห็นที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม กว่า 99% ทั้งผู้สมัครและประชาชนทั่วไปที่แวะเวียนมาพูดคุย ต่างเห็นชอบกับแนวคิดการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่วันนี้ตนเองไม่ได้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมมากนัก เนื่องจากเชื่อว่าผู้สมัครแต่ละคนได้ทำการบ้านและมีความเข้าใจในประเด็นการร่างรัฐธรรมนูญใหม่เป็นอย่างดี เพราะเป็นเรื่องที่มีการรณรงค์มาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว อย่างไรก็ตาม หากยังมีประชาชนบางส่วนที่ยังไม่เข้าใจ ก็ถือเป็นหน้าที่ของทุกคนที่เข้าใจแล้วจะต้องช่วยกันอธิบายต่อ โดยภาพรวมถือว่ากระแสตอบรับเป็นไปในทิศทางที่ดีมาก

สำหรับการรณรงค์ในแคมเปญเริ่มดำเนินการอย่างจริงจังตั้งแต่ช่วงมีการประกาศยุบสภา เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งนี้มีบัตรลงคะแนนเพิ่มอีกหนึ่งใบ คือบัตรออกเสียงประชามติ จึงจำเป็นต้องเร่งสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนตั้งแต่ช่วงเวลาดังกล่าว

นอกจากการเลือกพรรคการเมืองและผู้สมัครในเขตแล้ว ยังมีบัตรลงคะแนนอีกหนึ่งใบที่มีความสำคัญ หากเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับเดิมยังมีปัญหา ก็ควรลงมติเห็นชอบเพื่อจัดทำฉบับใหม่ หรือหากมองว่าดีอยู่แล้ว ก็ยิ่งควรเห็นชอบเพื่อเปิดโอกาสให้มีการเขียนกฎหมายให้ดียิ่งขึ้น

“วันนี้ถือเป็นวันสำคัญในการ “เปิดประตูบานแรก” สู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่เปิดให้มีส่วนร่วมมากที่สุด พร้อมขอให้ชาวเชียงรายช่วยกันสื่อสารทำความเข้าใจกับผู้สูงอายุหรือคนในครอบครัวที่ยังไม่เข้าใจ และร่วมกันออกมาใช้สิทธิลงมติเห็นชอบ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาประเทศต่อไป” นายสราวุทธิ์กล่าว

ร่วมแสดงความคิดเห็น