เปิดใจพี่ชายหนุ่มเชียงราย ตายทิพย์ลางสังหรณ์เป็นจริง เผยร่างที่ฝังเป็นเพื่อน ที่พกบัตรประชาชนของน้องชาย

ความคืบหน้าเรื่องราวที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น และสร้างความงุนงงให้กับครอบครัวชาว อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ครอบครัวหนึ่ง กรณีการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุของนายทีมชาติ เบียแล่ ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุใน จ.เชียงใหม่ ญาติรับศพจากโรงพยาบาลไปประกอบพิธีฝังศพที่บ้านพญาไพรเล่ามา ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 9 มกราคม ที่ผ่านมา ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของพ่อแม่ญาติพี่น้อง แต่มาทราบข่าวภายหลังว่านายทีมชาติ ยังอยู่ดีไม่เสียชีวิตและยังคงทำงานอยู่ที่เชียงใหม่ ทำให้ทางครอบครัวต้องรีบขุดศพขึ้นมาจนทราบว่า ผู้ที่เสียชีวิตเป็นเพื่อนของนายทีมชาติ ก่อนส่งร่างให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตตัวจริง ไปประกอบพิธีทางศาสนา

ล่าสุด นายไสว อายุ 43 ปี พี่ชายของนายทีมชาติ เปิดเผยกับทีมข่าวว่า หลังเกิดอุบัติเหตุทางโรงพยาบาลพบในตัวผู้เสียชีวิต มีบัตรประชาชนของนายทีมชาติ ประกอบกับรูปร่างหน้าตาคล้ายกัน ทางโรงพยาบาลจึงได้โทรศัพท์ แจ้งครอบครัวที่ จ.เชียงราย ให้ทราบข่าวและมารับศพ

ต่อมาพ่อและญาติได้เดินทางมารับศพ ได้ดูศพพบว่ารูปร่างคล้ายกันแต่ใบหน้าผิดรูปไปจากบาดแผลอุบัติเหตุ จึงเข้าใจว่าเป็นนายทีมชาติ จึงนำศพกลับบ้านไปทำพิธีสวดและฝัง เมื่อตนทราบข่าวจากทางบ้านก็รู้สึกเสียใจ แต่ไม่รู้อะไรมาดลใจทำให้รู้สึกสังหรณ์ใจ และเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่าน้องชายตัวเองเสียชีวิตจริง ๆ จึงตัดสินใจลางาน 3 วัน จากโรงงานที่ทำอยู่ที่ อ.สันป่าตอง เข้าไปตามหาน้องชายในตัวเมืองเชียงใหม่ ที่ต้องไปเองก็เพราะน้องชายไม่ใช้โทรศัพท์มือถือและทำงานรับจ้างไปเป็นหลักแหล่ง

เมื่อไปตามหาที่เคยอยู่ได้พบกับเพื่อนของน้องชาย เพื่อนได้บอกว่านายทีมชาติไม่ได้เสียชีวิต ตนเองถึงกับช็อค โดยเพื่อนได้พาไปหานายทีมชาติ และก็ได้พบตัวจริง ๆ ทำให้ตนเองรู้สึกดีใจและโล่งใจที่ลางสังหรณ์ของตัวเองถูกต้อง ส่วนน้องชายก็ตกใจจนร้องไห้กับเรื่องที่เกิดขึ้น จากนั้นได้วีดีโอคอลไปแจ้งให้กับครอบครัวที่ จ.เชียงรายได้ทราบ ทำให้ทุกคนต่างช็อคกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยนายทีมชาติบอกว่าผู้เสียชีวิตที่ถูกนำร่างไปเป็นเพื่อนของเขาเอง แต่ก็ไม่ทราบว่าบัตรประชาชนของตัวเองไปอยู่ที่ผู้เสียชีวิตได้อย่างไร

นายไสว บอกว่า เมื่อรู้ความจริงว่าศพที่ฝังไปนั้นไม่ใช่นายทีมชาติ ประกอบกับทราบข่าวตามหาคนหายทางโลกโซเชียล จึงติดต่อกับญาติของผู้ตายจริงให้มารับศพคืน โดยได้ขุดศพที่ฝังไปแล้วคืนให้กับญาติเพื่อนำไปประกอบพิธี ส่วนค่าใช้จ่ายจัดงานศพที่เสียไปประมาณหนึ่งแสนกว่าบาท พ่อของตนเองไม่ได้ติดใจอะไร เพราะถือว่าได้ทำไปแล้ว ขณะที่ในวันนี้ทางครอบครัวได้ทำพิธีปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายหลังนำคนตายเข้าหมู่บ้านผิดคน เสียค่าใช้จ่ายอีกกว่าแสนบาท แต่ก็เต็มใจทำเพื่อความสบายใจ

ร่วมแสดงความคิดเห็น