อ.เทิง พร้อมจัดใหญ่ เทศกาลดอกเสี้ยวบานภูชี้ฟ้า 13-15 ก.พ. นี้

อ.เทิง พร้อมจัดใหญ่ เทศกาลดอกเสี้ยวบานภูชี้ฟ้า 13-15 ก.พ. นี้ ชวนสัมผัสลมหนาว-วัฒนธรรมม้ง รับวันวาเลนไทน์

อำเภอเทิงจับมือภาคีเครือข่าย เตรียมจัดงาน “ดอกเสี้ยวบาน ณ ภูชี้ฟ้า” 13-15 ก.พ. 69 นี้ ขนทัพการแสดงชาติพันธุ์-สินค้าชุมชนอวดโฉมนักท่องเที่ยว พร้อมชูจุดขายทะเลหมอกและอากาศหนาวเย็น มั่นใจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 นายเอนก ปันทะยม นายอำเภอเทิง จ.เชียงราย เปิดเผยถึงความพร้อมในการจัดงาน “เทศกาลดอกเสี้ยวบาน ณ ภูชี้ฟ้า” ประจำปี 2569 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานกิจกรรมบ้านร่มฟ้าไทย ต.ตับเต่า อ.เทิง โดยความร่วมมือของอำเภอเทิง, องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย, องค์การบริหารส่วนตำบลตับเต่า และชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่

นายเอนก ระบุว่า งานในปีนี้มีความพิเศษเนื่องจากตรงกับช่วงวันแห่งความรัก หรือวันวาเลนไทน์ (14 กุมภาพันธ์) ภายในงานจะมีการรวบรวมศิลปวัฒนธรรมที่โดดเด่น ของพี่น้องชาติพันธุ์ม้งมาจัดแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมอย่างใกล้ชิด รวมถึงมีการจำหน่ายสินค้าที่เป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่นเพื่อสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชน

“นอกจากกิจกรรมทางวัฒนธรรมแล้ว ในช่วงดังกล่าวนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับอากาศที่ยังคงความหนาวเย็นบนยอดดอยภูชี้ฟ้า ซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ผมขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมสัมผัสความประทับใจนี้ เชื่อว่าหากได้มาแล้วจะอยากกลับมาอีกแน่นอน” นายอำเภอเทิง กล่าว

สำหรับเทศกาลดอกเสี้ยวบาน ณ ภูชี้ฟ้า เป็นงานประเพณีที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น “ดอกเสี้ยว” หรือ “ชงโคป่า” (Bauhinia variegata) เป็นดอกไม้ประจำ อ.เทิง จ.เชียงราย ที่จะบานสะพรั่งเป็นสีขาวโพลนเต็มหุบเขา ในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ของทุกปี

ในอดีต งานนี้ไม่เพียงแต่เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่ชาวเขาชาติพันธุ์ม้งในประเทศไทยและทั่วโลก จะได้เดินทางกลับเยี่ยมญาติ และมาท่องเที่ยวในช่วงฤดูที่ดอกเสี้ยวบานที่ภูชี้ฟ้า อ.เทิง วันละไม่น้อยกว่า 1 คน สร้างรายได้ให้ชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยคนหนุ่มสาวจะพากันสวมชุดประจำชาติพันธุ์ที่สวยงามมาร่วมกิจกรรม “โยนลูกช่วง” ซึ่งเป็นประเพณีหาคู่ของหนุ่มสาว และการละเล่นพื้นบ้านต่างๆ ทำให้ภูชี้ฟ้าในช่วงนี้ไม่ได้มีดีแค่ทะเลหมอก แต่ยังอบอวลไปด้วยกลิ่นไอของความรัก และวัฒนธรรมที่หาดูได้ยาก

ร่วมแสดงความคิดเห็น