พระและฆราวาส ในจังหวัดเชียงใหม่ แจ้งตำรวจให้ตำรวจติดตามนักท่องเที่ยวดำเนินคดี ที่ลักลอบใช้สีสเปรย์พ่นวาดภาพและตัวหนังสือบนกำแพงวัด และตามประตูร้านค้า เกิดความสกปรกเลอะเทอะ ส่งผลต่อภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว และสภาพจิตใจของคนในพื้นที่
เมื่อวันที่ 3 ม.ค.69 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากพระครูปลัดปรีดา ใจบุญ เจ้าอาวาสวัดดอกเอื้อง ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พร้อมนำภาพผู้ก่อเหตุลงมือใช้สีพ่นกำแพงวัดดอกเอื้อง เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกพฤติกรรมของคู่ชายและหญิง ลักษณะเป็นชาวต่างชาติ ขณะกำลังใช้สีสเปรย์พ่นกำแพงวัดดอกเอื้อง เมื่อเวลาตีหนึ่งของวันที่ 30 ม.ค.69 ที่ผ่านมา เป็นหลักฐานที่พระครูปลัดปรีดา ใจบุญ เจ้าอาวาสวัดดอกเอื้อง ใช้เป็นหลักฐานในการแจ้งความกับตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ ในวันเดีัยวกันเลย เพื่อให้ตำรวจติดตามดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสองคน
เจ้าอาวาสวัดดอกเอื้อง บอกว่า ที่ผ่านมากำแพงวัดแห่งนี้เคยถูกพ่นสีวาดลวดลายต่างๆและพ่นตัวหนังสือเป็นภาษาต่างชาติมาแล้วหลายครั้ง โดยทางวัดได้ทำการพ่นสีทับไปแล้วหมดเงินไปแล้วหลายหมื่นบาท แต่ก็ยังมีการลักลอบมาทำซ้ำอีก จึงอยากให้ตำรวจเร่งติดตามผู้กระทำ มาดำเนินคดีเป็นตัวอย่าง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก
นอกจากกำแพงวัด ยังพบมีการกระทำในลักษณะเดียวกันบริเวณรั้วบ้านและประตูร้านค้าของชาวบ้านทั่วเมืองเชียงใหม่ สร้างความเดือดร้อนให้คนในพื้นที่อย่างหนัก
ด้านพระครูปลัดวิสุทธิ กิจจานนท์ เจ้าคณะตำบลศรีภูมิเขต 4 บอกว่า ในพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ มีวัดทั้งหมด 38 วัด ส่วนใหญ่เป็นวัดเก่าแก่ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ แต่แทบทุกวัดกลับมาถูกกลุ่มผู้ไม่หวังดีมาพ่นสีทำลาย ซึ่งการกระทำดังกล่าวนอกจากจะทำให้เกิดภาพที่ไม่สวยงามและสกปรกแล้ว ยังส่งผลต่อสภาพจิตใจของชาวพุทธ และยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่ที่กำลังจะได้รับการเสนอชื่อเป็นเมืองมรดกโลก อีกด้วย
จากการสำรวจของทีมข่าวพบว่านอกจากกำแพงวัด รั้วบ้านและประตูร้านค้า ยังพบมีการลักลอบพ่นสีตามสถานที่ราชการอีกหลายแห่ง ล่าสุด พลตำรวจตรี ยุทธนา แก่นจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ สั่งการให้ตำรวจสายตรวจทุกพื้นที่ เข้มงวดกวาดขัน และติดตามตัวกลุ่มผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุซ้ำและเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ.




ร่วมแสดงความคิดเห็น