เชียงใหม่น่าห่วง ค่าฝุ่นพุ่งระดับสีส้มตั้งแต่ต้นปี หวั่นส่งผลกระทบสุขภาพประชาชน

เชียงใหม่น่าห่วง ค่าฝุ่นพุ่งระดับสีส้มตั้งแต่ต้นปี หวั่นส่งผลกระทบสุขภาพประชาชน ด้าน 9 อุทยานแห่งชาติสั่งปิดป่าสกัดคนลอบเผา

คุณภาพอากาศที่จังหวัดเชียงใหม่เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน โดยในช่วงสายวันนี้ (3 ก.พ.69) ค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ในเขตตัวเมืองและอีกหลายอำเภอสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน มองจากมุมสูงที่จุดชมวิวดอยสุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ เริ่มมองเห็นหมอกควันปกคลุมเหนือตัวเมือง ขณะที่ประชาชนในเขตเมืองที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง เริ่มสวมหน้ากากอนามัยป้องกันกันแล้ว

ศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่รายงานค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 รายชั่วโมง (10.00 น.) พบว่าหลายจุดมีค่าฝุ่นละอองเกินระดับที่เหมาะสมต่อสุขภาพ สูงสุดที่ อ.แม่อาย 72 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนในเขตตัวเมืองที่โรงพยาบาลนครพิงค์ 65 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และที่ ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม 62 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินค่ามาตรฐานของประเทศไทยซึ่งกำหนดไว้ที่ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่ค่าฝุ่นอีกหลายอำเภอ เช่น อ.สันทราย อ.เชียงดาว อ.หางดง อ.สันกำแพง อ.ไชยปราการ อ.พร้าว อ.ฝาง อ.อมก๋อย อ.ดอยหล่อ เกินมารตรฐานอยู่ในระดับสีส้ม เฉลี่ยที่ 40 – 55 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เปิดเผยว่า ได้มีประกาศปิดพื้นที่ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติ 9 แห่ง เพื่อป้องกันการลักลอบเผาป่าซึ่งเป็นต้นเหตุของมลพิษทางอากาศ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 30 เมษายน 2569 ( บางแห่งปิดไปถึง 31 พฤษภาคม ) ประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อุทยานแห่งชาติผาแดง อุทยานแห่งชาติศรีลานนา อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา อุทยานแห่งชาติออบขาน อุทยานแห่งชาติแม่โถ อุทยานแห่งชาติออบหลวง อุทยานแห่งชาติแม่ปิง อุทยานแห่งชาติน้ำตกบัวตอง-น้ำพุเจ็ดสี

ประกาศปิดพื้นที่ดังกล่าวไม่กระทบการท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นการห้ามไม่ให้บุคคลใดเข้าป่าในบริเวณที่ไม่ได้จัดเพื่อการท่องเที่ยว เพื่อป้องกันการล่าสัตว์ เผาป่า หรือ ทำกิจกรรมใดๆ ที่เป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับกฎหมายป่าไม้ โดยแหล่งท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติยังเปิดให้บริการตามปกติ โดยหลังจากนี้ยังมีอุทยานแห่งชาติอีกหลายแห่งที่เตรียมประกาศปิดพื้นที่ป่าบางส่วนตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม นี้

ร่วมแสดงความคิดเห็น