นรข.เชียงราย สนธิกำลังสกัด 8 หนุ่มจีน ลอบเข้าเมือง-อยู่เกินกำหนด

​นรข.เขตเชียงราย โชว์ผลงานสกัดกลุ่มชายชาวจีน 8 ราย ลอบข้ามแม่น้ำรวกเข้าไทย พบ 7 รายไร้เอกสาร อีก 1 รายอยู่เกินกำหนดเกือบ 2 ปี

​เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้การอำนวยการของ น.อ.ภากร มาเนียม ผบ.นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการให้ น.ท.วรวิทย์ นพเก้า หน.สน.เรือเชียงแสน จัดชุด ชปพ. สน.เรือเชียงแสน และชุดปฏิบัติการข่าว บก.นรข.เขตเชียงราย พร้อมกำลังพล สนธิกำลังร่วมกับ ตม.เชียงราย และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เข้าทำการตรวจสอบบริเวณริมตลิ่งแม่น้ำรวก บ้านสบรวก ม.1 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย หลังได้รับรายงานว่าจะมีการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย

​จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบชายชาวจีนจำนวน 7 ราย ได้แก่ นายหวง ตัวถัง (34 ปี), นายหวัง เฉาหยุน (23 ปี), นายหลัว เผิงฮุย (30 ปี), นายเฉิน ตงไห่ (23 ปี), นายจ้าว หลู่หยวน (23 ปี), นายหวัง ช่วง (23 ปี) และนายพาน กวางเต้า (18 ปี) ทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ได้เดินทางจากประเทศจีนผ่านไปยังประเทศเพื่อนบ้าน (เมียนมา และ สปป.ลาว) ก่อนจะตัดสินใจลักลอบนั่งเรือหางยาวข้ามแม่น้ำรวกเข้ามายังฝั่งไทย โดยมีเพื่อนในประเทศไทยเป็นผู้ประสานงานและรับผิดชอบค่าใช้จ่าย เพื่อหวังเข้ามาทำงานในไทย ​จากการตรวจสอบระบบสารสนเทศ ตม. ไม่พบข้อมูลการเดินทางเข้าราชอาณาจักรอย่างถูกต้อง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”

​นอกจากกลุ่มลักลอบเข้าเมืองแล้ว เจ้าหน้าที่ยังได้จับกุม นายอู๋ เหอไค (Mr. Wu Hekai) อายุ 22 ปี สัญชาติจีน ซึ่งถือหนังสือเดินทางถูกต้อง แต่จากการตรวจสอบข้อมูล Biometrics พบว่าได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงเพียงวันที่ 7 มิถุนายน 2567 แต่กลับลักลอบอาศัยอยู่ต่อจนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลาที่อยู่เกินกำหนด (Overstay) ถึง 607 วัน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด”

จากรายงานข่าวเบื้องต้นทราบว่าในช่วงนี้ทางการจีนและทางการ สปป.ลาว ได้เข้มงวดในการจับกุมเครือข่ายธุรกิจผิดกฏหมายในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษคิงส์โรมัน พื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว อย่างต่อเนื่อง จึงตรวจพบผู้หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกรณีการจับกุมในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็จะไปตรวจสอบว่าผู้ถูกจับกุมมีส่วนเกี่ยวข้องในเครือข่ายธุรกิจผิดกฏหมายหรือไม่อย่างไร ก่อนจะดำเนินคดีตามกฏหมายและส่งตัวกลับประเทศต่อไป

​เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับกุมทั้งหมดทราบผ่านล่ามแปลภาษา ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เชียงแสน เพื่อดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 และผลักดันส่งกลับประเทศต้นทางต่อไป ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระบุว่าจะยังคงเพิ่มมาตรการเข้มงวดตามแนวชายแดนเพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

ร่วมแสดงความคิดเห็น