ตร.ภาค 5 คุมตัวมือยิง ส.ต.ต. หลังหลบหนีกบดานชายแดนประเทศเพื่อนบ้านเกือบ 2 สัปดาห์ ด้าน ผบช.ภ.5 เผยปมก่อเหตุเพราะมีปืนและยาเสพติด
เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ (10 ก.พ.69) พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธนภาค 5 พร้อมด้วย พลตรีสาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร แถลงข่าวผลปฏิบัติการ จับกุมตัว นายวิภาค หรือนายแม็ค อายุ 36 ปี ชาว ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ผู้ต้องหาที่ลงมือก่อเหตุ ใช้อาวุธปืนสั้นขนาด 9 มม. ยิง ส.ต.ต.อภิวัฒน์ มาลา อายุ 27 ปี สังกัด สภ.สันกำแพง ขณะปฏิบัติหน้าที่ออกตรวจพื้นที่บริเวณถนนภายในหมู่บ้านไร่พัฒนา ม.8 ต.แม่ปูคา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. ของคืนวันที่ 27 ม.ค.69 ที่ผ่านมา ก่อนจะอาศัยช่วงเวลาหลังก่อเหตุหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจผ่านช่องทางธรรมชาติ บ้านนอแล อ.ฝาง โดยว่าจ้างเครือข่ายช่วย รับ–ส่ง พาข้ามแดนไปประเทศเมียนมา ได้ค่าจ้างรายละ 6,000 บาท และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการสืบสวนติดตามจับกุมตัวกลุ่มผู้ร่วมขบวนการที่ช่วยลักลอบพาหลบหนี ได้ทั้งหมด 3 คน เมื่อวันที่ 29 ม.ค.69 ที่ผ่านมา
ขณะที่ภายหลังการหลบหนีการจับกุมของเจ้าหต้าที่ตำรวจ ไปกบดานยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน นานเกือบ 2 สัปดาห์ นายวิภาค หรือนายแม็ค ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้ถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด โดยการติดตามของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 และการประสานงานความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังผาเมือง ซึ่งมีความชำนาญพื้นที่และมีเครือข่ายความมั่นคงร่วมกันกับทางทหารประเทศเพื่อนบ้าน ที่ได้ช่วยกันกดดันจนกระทั่งทำการจับกัมตัว นายวิภาค ผู้ต้องหาที่ทำการหลบหนีได้ในที่สุด เมื่อช่วงค่ำของวานนี้ (9 ม.ค.69) ก่อนจะทำการส่งตัวข้ามชายแดนและนำตัวมายังตำรวจภูภาค 5 เพื่อทำการสอบสวน โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5
ขณะที่ภายหลังการสอบสวน พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่า สาเหตุที่ทาง นายวิภาค ผู้ต้องหาก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากในวันเกิดเหตุ ผู้ต้องหาได้พกอาวุธปืนในตัว และในกระเป๋ายังมียาเสพติด โดยในวันเกิดเหตุนั้นทาง นายวิภาค ได้ไปตระเวนส่งยาเสพติด เพราะเป็นผู้ค้ารายกลางและรายย่อย ในพื้นที่ แม่ริม,แม่แตง,สันกำแพง และสันทราย โดยได้ตระเวนนำยาเสพติดไปส่งมาแล้วประมาณ 9 จุด และเหลือจุดสันกำแพง โดยในขณะนั้นมียาเสพติดอยู่ในตัวประมาณ 200 เม็ด
นอกจากนี้ นายวิภาค ก็มีประวัติเคยติดคุกมาแล้ว 2 ครั้ง ในคดีอาวุธปืนและระเบิด และได้พ้นโทษออกมาในปี 2567 แต่หลังออกจากคุกก็ยังคงมาทำพฤติกรรมเช่นเดิม โดยเป็นผู้ลักลอบค้ายาเสพติดรายย่อย และทำงานเป็นลูกจ้างคาแคร์บังหน้า โดยในวันเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ พบว่า นายวิภาค มีท่าทางพิรุธ จึงได้ทำการขอตรวจค้นรถและตัวทำให้ นายวิภาค ได้ใช้อาวุธปืน 9 มม.ยิงใส่ตำรวจถึง 3 นัด หลังจากนั้นก็ได้ไปก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์ก่อนทำการหลบหนีจากพื้นที่ อ.สันกำแพง และไปพักหลบที่ อ.แม่ริม หลังจากนั้นก็ได้ติดต่อกับคนชื่อ นายเบิร์ด ซึ่งเป็นเพื่อนในกลุ่มขขวนการค้ายาเสพติด โดย นายเบิร์ด ได้รู้จักกับ นายวิภาค ตั้งแต่ปี 2553 และได้ร่วมกันค้ายาเสพติดมาตลอด จนปี 2565 ถูกออกหมายจับทั้งสองคน โดย นายวิภาค ถูกจับกุมได้ ส่วนนายเบิร์ด ถูกออกหมายจับอีกคดี จึงหลบหนีไปกบดานยังฝั่งประเทศพม่า บ้านนากองมู และหลังจาก นายวิภาค หลบหนี จึงมีการติดต่อกับนายเบิร์ด และได้ช่วยเหลือพา นายวิภาค หลบหนีโดยผ่านกลุ่มขบวนการพาคนหลบหนีออกชายแดนช่องทางธรรมชาติ ที่ทางตำรวจจับกุมได้ 3 คนไปก่อนหน้านี้
หลังจากที่ นายวิภาค ได้หลบหนีข้ามฝั่งบ้านนากองมู ที่อยู่ห่างจากชายแดนไทยประมาณ 100 กิโลเมตร ก็ได้ไปเจอกับ นายเบิร์ด และเมียของนายเบิร์ด ชื่อนางอู และได้ช่วยเหลือพา นายวิภาค หลบหนีกบดานในพื้นที่อีก 3 จุด ใช้เวลาประมาณ 7 วัน จากบ้านพ่อของนางอู ที่มีพ่อเป็นพ่อหลวงบ้าน และหลบหนีไปอยู่ในป่า และอีกจุดที่คอกหมู จนกระทั่งทางเจ้าหน้าที่ได้ตามจับกุมตัวได้ในที่สุด จากการประสานงานร่วมกันระหว่างตำรวจ และเจ้าหน้าที่ทหาร และการประสานงานรับตัว นายวิภาค ส่งกลับมาดำเนินคดีได้ในที่สุด





ร่วมแสดงความคิดเห็น