ม.อ.ปัตตานี เปิดมหกรรม “ตลาดแก้จนฯ ยกทะเลมา ม.อ. @More Mart”

ม.อ.ปัตตานี เปิดมหกรรม “ตลาดแก้จนฯ ยกทะเลมา ม.อ. @More Mart” สร้างโอกาสเศรษฐกิจฐานราก หนุนผู้ประกอบการอาหารทะเลและวิสาหกิจชุมชนชายแดนใต้

ศูนย์ประสานงานการวิจัยแก้ไขปัญหาคามยากจนแบบบูรณาการจังหวัดปัตตานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี   เปิดมหกรรมตลาดแก้จนฯ ยกทะเลมา ม.อ. @More Mart   หนึ่งในกลไกสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสให้กับผู้มีรายได้น้อย และนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของชุมชนและจังหวัดในระยะยาว ด้วยการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน สถาบันการศึกษา และเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สนามหญ้าหน้าอาคารพิพิธภัณฑ์พระเทพญาณโมลี บริเวณพื้นที่ริมคลอง 200 ปี  ศูนย์ประสานงานการวิจัยแก้ไขปัญหาคามยากจนแบบบูรณาการจังหวัดปัตตานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี  เปิดมหกรรมตลาดแก้จนฯ ยกทะเลมา ม.อ. @More Mart   เพื่อส่งเสริมช่องทางการตลาด เพิ่มรายได้ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ประกอบการอาหารทะเล วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่ใกล้เคียง โดยมี นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี  เป็นประธานในพิธีเปิด  พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัตชัย เอื้ออนันตสันต์ รองอธิการบดีวิทยาเขตปัตตานี กล่าวต้อนรับ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรุณีวรรณ บัวเนี่ยว รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพันธกิจสังคม วิทยาเขตปัตตานี กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน

ภายในงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–13 กุมภาพันธ์ 2569 รวมร้านค้า 60 ร้าน ประกอบด้วย จากผู้ประกอบการอาหารทะเล วิสาหกิจชุมชน และเครือข่ายตลาด More Mart และร้านธงฟ้าประชารัฐ พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการขายตลอดทั้ง 3 วัน  นอกจากนี้ ยังมีการแสดงทางวัฒนธรรม ดนตรีสดจากวงนักศึกษา กิจกรรมแฟชั่นโชว์ “Waste to Wear” การแข่งขันน้ำจิ้มซีฟู้ด การเสวนาในหัวข้อ “ยกทะเลมาคุย: เสียงจากต้นน้ำถึงปลายน้ำของคนทะเลปัตตานี” รวมถึงการแข่งขันรังสรรค์เมนูจากปลากุเลา ซึ่งเป็นการผสมผสานมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างการรับรู้ถึงคุณค่าอาหารทะเล วิถีประมงชายฝั่ง และอัตลักษณ์ท้องถิ่นให้แก่สาธารณชน

นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า งานดังกล่าวเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เปิดพื้นที่ตลาดกลางให้ผู้ประกอบการรายย่อย วิสาหกิจชุมชน และกลุ่มประมงพื้นบ้านเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง เพิ่มโอกาสทางการตลาด กระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างเป็นธรรม พร้อมทั้งชื่นชมบทบาทของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ที่นำองค์ความรู้ งานวิจัย และการบริการวิชาการ มาสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้ ยังได้ชื่นชมบทบาทของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ในฐานะสถาบันการศึกษาหลักของภูมิภาค ที่มุ่งขับเคลื่อนภารกิจด้านวิชาการควบคู่การพัฒนาสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยนำองค์ความรู้ งานวิจัย และการบริการวิชาการ มาสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงพื้นที่ ทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมประสานองค์ความรู้สู่ชุมชน สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ตลอดจนส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างนักวิชาการ ภาคีเครือข่าย และประชาชน อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัตชัย เอื้ออนันตสันต์ รองอธิการบดีวิทยาเขตปัตตานี  กล่าวถึงการจัดงานในครั้งว่า เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนบทบาทมหาวิทยาลัยในการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อพัฒนาเชิงพื้นที่และแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด “PSU for Society” โดยเปิดพื้นที่เชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ พร้อมสร้างเวทีการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์และวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ เยาวชน และชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ขณะที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรุณีวรรณ บัวเนี่ยว รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพันธกิจสังคม วิทยาเขตปัตตานี กล่าวรายงานการจัดมหกรรมในครั้งว่า มหกรรมตลาดแก้จนฯ ยกทะเลมา ม.อ. @More Mart เป็นหนึ่งในกลไกการขับเคลื่อนงานวิจัยและพันธกิจสังคมของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ที่ดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนในจังหวัดปัตตานีมาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 6 ปี ภายใต้การสนับสนุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) โดยมุ่งบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน พัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลเพื่อชี้เป้าครัวเรือนยากจน วิเคราะห์ศักยภาพทุนดำรงชีพ และออกแบบแนวทางพัฒนาอาชีพที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่อย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้แนวคิดการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงพื้นที่ มุ่งสร้างพื้นที่ตลาดกลางในการเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ และประชาสัมพันธ์อัตลักษณ์วิถีประมงท้องถิ่นของจังหวัดปัตตานี ซึ่งแสดงให้เห็นบทบาทของมหาวิทยาลัยในการนำองค์ความรู้ด้านวิชาการ งานวิจัย และการบริการวิชาการ มาสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน และเสริมสร้างศักยภาพนักศึกษาให้เติบโตควบคู่สังคมอย่างยั่งยืน

ร่วมแสดงความคิดเห็น