วอชด็อกติดตามเคสเก๋งขาวนำลูกสุนัขไปทิ้งในวัด เทศบาลเตรียมประสานหาตัวนำตัวมาสอบ

วอชด็อกติดตามเคสเก๋งขาวนำลูกสุนัขไปทิ้งในวัด ไม่ทันข้ามคืนสุนัขตาย เทศบาลเตรียมประสานหาตัวนำตัวมาสอบ ก่อนมีโทษปรับตามอำนาจ ถือเป็นเคสแรกในประเทศที่ อปท.ดำเนินการเอง หากพบมีการทารุณกรรมสัตว์เพิ่ม จะแจ้งดำเนินคดี

กล้องวงจรปิดของเทศบาลตำบลดอนแก้ว อ.สารภี จ.เชียงใหม่ จับภาพบริเวณหน้าวัดน้ำโจ้ พื้นที่ตำบลเดียวกัน ช่วงเวลา 17.43 น.วันที่ 7 ก.พ.69 ที่ผ่านมา ขณะที่มีรถยนต์เก๋งสีฮอนด้า ซีวิค สีขาว ป้ายทะเบียนกรุงเทพฯ ขับมาจอดทางเข้าวัด ก่อนที่จะมีคนที่นั่งมาด้วยลงจากรถและอุ้มลูกสุนัขไว้บนบ่า จากนั้นได้เดินเข้าไปภายในบริเวณวัด ใช้เวลากว่า 4 นาที ก่อนเดินออกมาโดยๆไม่มีลูกสุนัขแล้ว จากนั้นได้กลับขึ้นรถและรีบขับออกจากวัดไป ขณะที่มีพระลูกวัดเดินตามมาและใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพรถคันดังกล่าวไว้ โดยไม่ทราบว่าช่วงเวลาที่คนในรถเก๋งเดินลงไปในวัดเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง

ต่อมาทางเพจเฟซบุ๊คของทางวัดได้โพสต์เพื่อหาคนเมตตานำน้องไปเลี้ยง จนคืนเดียวกันช่วงหลัง 4 ทุ่มวันเดียวกัน ทางวัดได้โพสต์อีก โดยระบุว่า “น้องได้เดินทางกลับดาวแล้ว” ขณะที่คนรักสัตว์เข้าไปแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก และยังคงสงสัยว่าลูกสุนัขเสียชีวิตได้อย่างไร จนมีสื่อมวลชนไปเสนอข่าวว่าลูกสุนัขถูกโยนลงมาจากรถเก๋งจนได้รับบาดเจ็บก่อนจะขับรถหนีไป ซึ่งเบื้องต้นพบว่าจากภาพวงจรปิดไม่ว่าเป็นความจริง

ล่าสุด นางภูริตา วัฒนศักดิ์ ประธานมูลนิธิวอชด็อกไทยแลนด์ พร้อมคณะทำงาน ลงพื้นที่เทศบาลตำบลดอนแก้ว อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เพื่อติดตามกรณีดังกล่าว โดยมีนายสิริรัฐศักย์ เขียวทอง นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลดอนแก้ว นางศิริกานดา รัตนงาม ปลัดเทศบาลฯ นิติกร และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องร่วมพูดคุยหารือ ทั้งนี้เบื้องต้นทราบว่ารถเก๋งสีขาวนำสุนัขไปปล่อยทิ้งไว้ ได้อุ้มลูกสุนัขพันธุ์พื้นเมืองสีขาวเข้าไปในวัดก่อนที่จะสอบถามพระลูกวัด ว่าทางวัดรับเลี้ยงสุนัขไหม แต่ได้รับการปฏิเสธว่าไม่รับเลี้ยง และต่อมาน่าจะแอบปล่อยลูกสุนัขไว้ในวัดและขับรถหนีไป และจะพบว่าผู้อุ้มลูกสุนัขมีท่าทีเป็นพิรุธ เพราะตอนเดินเข้าไปสวมเสื้อยืดสีขาว แต่ตอนเดินกลับมาขึ้นรถใส่เสื้อยืดสีแดง ดังปรากฏในวงจรปิด แต่การตายของลูกสุนัขในคืนเดียวกันนั้น ยังไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุใด

อย่างไรก็ตาม ตามอำนาจของปลัดเทศบาลฯ ซึ่งเป็นเเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามกฎหมาย จะตรวจสอบทะเบียนรถกับกรมการขอส่งทางบก ก่อนที่จะเรียกตัวเจ้าของรถและผู้อุ้มลูกสุนัขมาสอบปากคำ เพื่อปรับตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 มาตรา 23 ห้ามปล่อย ละทิ้งสัตว์ ให้พ้นความดูแลของตัวเอง ยกเว้นการโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้อื่นดูแล ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 40,000 บาท และจะถือเป็นเคสแรกใน พ.ร.บ.นี้ ที่เจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือฝ่ายปกครอง เข้าดำเนินการสอบและปรับเป็นพินัยเอง ทั้งนี้หากการสอบแล้วพบว่ามีการทรุณกรรมสัตว์ก่อนนำไปปล่อย ก็จะให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น