กรมชลฯ เดินหน้า “อ่างเก็บน้ำแม่แสลบ” 1.6 พันล้าน แก้น้ำท่วม-น้ำแล้ง มั่นใจเขื่อนหินทิ้งต้านแผ่นดินไหวมาตรฐานโลก
กรมชลประทานนำทีมสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าอ่างฯ แม่ตาช้าง ก่อนเปิดตัวแผนสร้างอ่างเก็บน้ำแม่แสลบ อ.แม่ฟ้าหลวง ชูเทคโนโลยีต้านแผ่นดินไหวล่าสุดปี 68 รับมือรอยเลื่อนแม่จัน หวังพลิกฟื้นเกษตรกรรมลุ่มน้ำแม่คำกว่า 5.7 หมื่นไร่ เตรียมชง ครม. อนุมัติก่อสร้างปี 72
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 คณะทำงานกรมชลประทาน นำโดยนายพิเชษฐ รัตนปราสาทกุล ผอ.สำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่ตาช้าง อ.แม่สรวย ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างเพื่อเพิ่มความจุ 32 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเป็นต้นแบบของโครงการอ่างเก็บน้ำแม่แสลบ อ.แม่ฟ้าหลวง เพื่อนำเสนอแผนพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลางแห่งใหม่
นายพิเชษฐ รัตนปราสาทกุล เปิดเผยว่า โครงการอ่างฯ แม่แสลบ กำลังอยู่ระหว่างการออกแบบรายละเอียดขั้นสุดท้าย (Draft Detail Design) โดยใช้มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด พ.ศ. 2568 เพื่อรองรับความเสี่ยงแผ่นดินไหวในเขตภาคเหนือ โดยเลือกใช้โครงสร้าง “เขื่อนหินทิ้งแกนดินเหนียว” ที่สามารถรับแรงสั่นสะเทือนจากรอยเลื่อนแม่จันและรอยเลื่อนโดยรอบในรัศมี 150 กม. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้าน นายพรมงคล ชิดชอบ ผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานชลประทานที่ 2 ระบุว่า อ่างฯ แม่แสลบจะมีความจุ 20.41 ล้าน ลบ.ม. เป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ อ.แม่จัน และ อ.แม่ฟ้าหลวง ช่วยให้เกษตรกรสามารถทำกินได้ทั้งปีรวมกว่า 57,000 ไร่ อีกทั้งยังมีแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศร่วมกับกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน
ขณะที่ นายชาคริต ไทยประดิษฐ์ ผอ.สำนักก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 2 ยืนยันเรื่องกรอบงบประมาณ 1,654.98 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้จริงในปี 2572 พร้อมย้ำชัดเรื่องการจ่ายค่าชดเชยที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิจะได้รับความเป็นธรรมตามมติ ครม. เพื่อลดผลกระทบต่อราษฎรเจ้าของพื้นที่เดิมให้มากที่สุด
โครงการอ่างเก็บน้ำแม่แสลบ มีจุดเริ่มต้นจากการร้องขอของราษฎรในอำเภอแม่จันที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งและน้ำท่วมซ้ำซากในฤดูฝน อ่างเก็บน้ำแม่แสลบมีความจุเก็บกัก 20.41 ล้านลูกบาศก์เมตร เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะทำงานร่วมกับอ่างเก็บน้ำแม่คำ ช่วยเพิ่มศักยภาพการเพาะปลูกในฤดูฝนได้ถึง 45,500 ไร่ และฤดูแล้งอีก 33,200 ไร่ นอกจากนี้ยังส่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคได้ปีละ 980,000 ลูกบาศก์เมตร และช่วยรักษาสมดุลนิเวศท้ายน้ำอีกด้วย ซึ่งไม่เพียงแต่จะแก้ปัญหาน้ำอย่างยั่งยืน แต่กรมชลประทานยังมีนโยบายส่งเสริมให้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เช่น กิจกรรมการล่องแพในอ่างเก็บน้ำและด้านท้ายเขื่อน เพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ตำบลแม่สลองในต่อไป




ร่วมแสดงความคิดเห็น