ผวจ.แพร่ ชี้แจงข้อเท็จจริงพฤติกรรม รอง ผวจ.แพร่ และได้ว่ากล่าวตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตามที่ชาวบ้านต.แม่จั๊วะ อ.เด่นชัย จ.แพร่ได้เดินทางทาประท้วงรองพฤติกรรม ผวจ.แพร่ เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ที่ ศาลากลาง จ.แพร่ ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

ทาวด้านนายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผวจ แพร่ ได้ชี้แขงข้อเท็จจริง ลงใน fb สมชัย ไผ่เล็ก ตามโพสต์ดังนึ้ ชี้แจงข้อเท็จจริง ตามที่มีประชาชนตำบลแม่จั๊วะ อำเภอเด่นชัย ประมาณ 100 คน ได้มายื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ขอให้พิจารณาพฤติกรรมของนายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ในฐานะประธานกรรมการพิจารณาคัดเลือกกำนัน/ผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยม ประจำปี 2569 จังหวัดแพร่ กรณีใช้วาจาขับไล่เจ้าคณะอำเภอ พระสงฆ์ ตลอดจนข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่น และชาวบ้าน ที่มาร่วมให้กำลังใจกำนันตำบลแม่จั๊วะที่ส่งผลงานเข้าประกวดเป็นกำนันยอดเยี่ยม ประจำปี 2569 จังหวัดแพร่ ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้ออกไปตรวจประเมินเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 ณ ศาลาอเนกประสงค์ หมู่ที่ 5 ตำบลแม่จั๊วะ ทำให้ประชาชนกลุ่มดังกล่าวไม่พอใจ เห็นว่าเป็นกิริยาที่ไม่เหมาะสมและกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนนั้น

จังหวัดแพร่ได้เรียกให้ผู้ถูกร้องและคณะกรรมการฯ ชี้แจงข้อเท็จจริง ตลอดจนได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา เจ้าหน้าที่ และปลัดอำเภอเด่นชัย เข้ากราบนมัสการเจ้าคณะอำเภอเด่นชัย เพื่อสอบถามเหตุการณ์ในวันดังกล่าวอีกด้วย โดยมีข้อเท็จจริง ดังนี้

1. ก่อนออกตรวจประเมินผลงานกำนัน/ผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยม ประจำปี 2569 จังหวัดแพร่ คณะกรรมการฯ ได้มีการประชุมหารือวางแนวทางในการประเมินผลงานฯ ซึ่งที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันว่า ในการตรวจประเมินผลงานของผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกแต่ละราย จะพิจารณาจากผลงานของผู้สมัครเป็นสำคัญ ตลอดจนการตอบข้อซักถามของคณะกรรมการ ซึ่งเป็นเรื่องเฉพาะตัวของผู้สมัคร และส่วนใหญ่ใช้เวลานานหลายชั่วโมง ดังนั้น เพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาของข้าราชการ ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น และประชาชนที่มาร่วมให้กำลังใจ ที่จะไปปฏิบัติภารกิจของตนเอง เมื่อท่านใดได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมให้แก่คณะกรรมการ และให้กำลังใจผู้สมัครเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถกลับไปปฏิบัติภารกิจของตนต่อไปได้ ซึ่งในการไปตรวจประเมินผลงานกำนัน/ผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยม ทุกราย คณะกรรมการได้ปฏิบัติเช่นเดียวกันทั้งหมด

2. ในการไปตรวจประเมินผลงานกำนันยอดเยี่ยมฯ วันที่ 16 มกราคม 2569 เป็นการตรวจประเมินผลงานของกำนันตำบลแม่จั๊วะ อำเภอเด่นชัย ณ ศาลาอเนกประสงค์ หมู่ที่ 5 ตำบลแม่จั๊วะ โดยมีเจ้าคณะอำเภอเด่นชัย เจ้าคณะตำบลแม่จั๊วะ เจ้าอาวาสวัดแพะร่องหิน พระสงฆ์จากที่พักสงฆ์สามแดนโตน นายอำเภอเด่นชัย หัวหน้าส่วนราชการ และพี่น้องประชาชน รวมประมาณ 150 คน คอยให้การต้อนรับและให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการ ตลอดจนให้กำลังใจกำนันแม่จั๊วะที่สมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นกำนันยอดเยี่ยมด้วย เมื่อคณะสงฆ์ คณะข้าราชการ และประชาชน ได้ให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการ และให้กำลังใจกำนันแม่จั๊วะเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่/ประธานกรรมการ จึงได้กราบนิมนต์คณะสงฆ์ที่มีกิจธุระ ตลอดจนแจ้งให้ข้าราชการและพี่น้องประชาชนที่ต้องไปปฏิบัติภารกิจสามารถไปปฏิบัติภารกิจได้ แต่ด้วยความที่นายชัยสิทธิ์ฯ เป็นคนเรียบง่ายและจริงใจ อาจใช้กิริยาและคำพูดของการสื่อสารที่สั้นและกระชับจนเกินไปทำให้พี่น้องประชาชนบางส่วนเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า เป็นการไล่ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากสถานที่แห่งนั้น จึงเกิดความไม่พอใจ และนำไปสู่การเข้าชื่อมีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เพื่อให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนนายชัยสิทธิ์ฯ ในเวลาต่อมา

3. นายชัยสิทธิ์ฯ ผู้ถูกร้อง ได้มีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงในทำนองเดียวกัน และยอมรับลักษณะการพูดของตนอาจจะสั้นและกระชับเกินไปจนอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นการไล่ได้ ตนรู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอน้อมรับผลของเหตุการณ์ดังกล่าว ต่อไปตนจะพึงระมัดระวังการแสดงกิริยาท่าทางและการใช้คำพูดต่อหน้าสาธารณชน เพื่อมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต

4. จังหวัดแพร่โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด และที่ทำการปกครองอำเภอเด่นชัย ได้เดินทางไปกราบนมัสการเจ้าคณะอำเภอเด่นชัย เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งท่านก็เล่าข้อเท็จจริงในทำนองเดียวกันกับข้อ 2. ซึ่งท่านเข้าใจดีว่า นายชัยสิทธิ์ฯ มิได้มีเจตนาไล่คณะสงฆ์ ข้าราชการ และประชาชน ตลอดจนไม่ติดใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ได้แสดงข้อห่วงกังวลต่อเหตุการณ์ดังกล่าว จึงขอให้ทุกคนมีสติและมีเหตุผล

5. จังหวัดแพร่พิจารณาแล้วเห็นว่า การลงพื้นที่ของคณะกรรมการตรวจประเมินผลงานกำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน ยอดเยี่ยมประจำปี 2569 จังหวัดแพร่ เป็นไปตามขั้นตอนและกระบวนการที่กฎหมายและระเบียบกำหนด ตลอดจนแนงทางซึ่งที่ประชุมได้ตกลงกันไว้ก่อน ความเข้าใจผิดคลาดเคลื่อนเกิดจากกิริยาท่าทางและคำพูดในการสื่อสารของนายชัยสิทธิ์ฯ ผู้ถูกร้องที่สั้นและกระชับจนเกินไป แต่มิได้มีเจตนาที่ขับไล่คณะสงฆ์ ข้าราชการ และประชาชนแต่อย่างใด ซึ่งคณะสงฆ์ โดยเจ้าคณะอำเภอเข้าใจเป็นอย่างดีและไม่ติดใจในเหตุการณ์ดังกล่าว ประกอบกับนายชัยสิทธิ์ฯ ผู้ถูกร้องได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และรับปฏิบัติจะมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ในฐานะผู้บังคับบัญชาได้ว่ากล่าวตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรไว้แล้ว ดังปรากฏในเอกสารแนบ

***ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการทุกสังกัด ขอน้อมรับความผิดไว้ และจะกำชับให้เพื่อนข้าราชการได้พึงระมัดระวังในการใช้กิริยา ท่าทาง และวาจาต่อหน้าสาธารณชนที่ต้องมีความสุภาพ กระชับ และชัดเจน

ที่มา ..fb สมชัย ไผ่เล็ก

ร่วมแสดงความคิดเห็น