คณะรัฐมนตรีเมียนมาร์ เห็นชอบประกาศที่ออกโดยกระทรวงสาธารณสุข
ห้ามนำเข้า ห้ามจำหน่าย พกพาและสูบบุหรี่ไฟฟ้า มีผลทันทีวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569 เนื่องจากความนิยมบุหรี่ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆในหมู่คนหนุ่มสาว
ก่อนหน้านี้มี 7 ประเทศในอาเซียน ได้แก่สิงคโปร์ บรูไน ไทย สปป.ลาว
กัมพูชา เวียตนามและติมอร์ เลสเต ที่ห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า
ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขมาเลเซียได้เสนอร่างกฏหมายห้ามนำเข้าและห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าต่อรัฐบาลแล้ว และคาดว่ากฏหมายจะผ่านออกมาบังคับใช้ก่อนกลางปีนี้
หากเป็นเช่นนี้ ในบรรดาสมาชิกอาเซียน 11 ประเทศ จะเหลือเพียง 2 ประเทศเท่านั้น คืออินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ที่บุหรี่ไฟฟ้ายังขายได้ถูกกฏหมาย คือมี 9 จาก 11 ประเทศที่ห้ามขาย
ทั้งนี้สหพันธ์องค์กรต่อต้านวัณโรคและโรคปอดนานาชาติ หรือ International Union Against Tuberculosis and Lung Disease ( IUATLD) ได้วิเคราะห์และแนะนำว่า ในประเทศที่รายได้น้อยหรือปานกลาง การห้ามนำเข้าและห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า เป็นนโยบายทีดีที่สุด หากต้องการที่จะควบคุมยาสูบอย่างแท้จริง
ประเทศไทยยังมีปัญหามากในการควบคุมบุหรี่มวน ทั้งด้านการบังคับใช้กฏหมาย ด้านทรัพยากรสนับสนุนที่ไม่เพียงพอ ด้านความพร้อมในการรักษาคนที่เสพติดบุหรี่ และการแทรกแซงป้องกันแทรกแซงนโยบายควบคุมยาสูบโดยบริษัทบุหรี่ฯลฯ
การห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า จึงเป็นนโยบายที่ดีที่สุด สิ่งที่ต้องเน้นคือ การบังคับใช้กฏหมายห้ามขายที่จริงจัง การรณรงค์พิษภัยที่จะต้องจริงจังเช่นกัน
เพื่อปกป้องประชาชนจากการเสพติดบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กและเยาวชน
ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 22 กุมภาพันธ์ 2569
อ้างอิง
https://theunion.org/sites/default/files/2020-08/TheUnion_TobaccoControl_E-CigPaper_English_07.pdf
https://www.infoquest.co.th/2026/570773

ร่วมแสดงความคิดเห็น