⚖️ยอมรับว่าหลายๆคนเคยเจอลักษณะแบบนี้มาก่อน เมื่อเจอแบบนี้จะรับมือกับมันอย่างไร วันนี้ทนายจะมาตีแผ่ข้อกฎหมายให้ฟังดังนึ้ครับ
ตาม ป.วิ.อ.93
- ห้ามค้นบุคคลในที่สาธารณะโดยไม่มีหมายค้นจากศาล เว้นแต่: เจ้าพนักงานตำรวจหรือฝ่ายปกครองสามารถค้นได้โดยไม่ต้องมีหมาย หากมี “เหตุอันควรสงสัย” ว่าบุคคลนั้นครอบครองสิ่งของที่ได้มาจากการกระทำความผิด สิ่งของที่ใช้ในการกระทำความผิด
สิ่งของที่มีไว้เป็นความผิด (เช่น ยาเสพติด, อาวุธปืนเถื่อน) ที่สาธารณสถาน: หมายถึงที่ที่ประชาชนทั่วไปเข้าออกได้ เช่น ท้องถนน, สถานีรถไฟ, ห้างสรรพสินค้า, หรือร้านอาหารขณะเปิดบริการ
ตัวอย่างการนำไปใช้:
ตำรวจพบผู้ต้องสงสัยยืนซุบซิบกันในสถานีรถไฟ มีท่าทีมีพิรุธ ค้นตัวพบอาวุธปืน ถือว่าเป็นการค้นตามมาตรา 93 ที่ชอบด้วยกฎหมาย - เหตุอันควรสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด แต่ ไม่มีสิทธิ์บังคับให้เปิดรหัสผ่านหรือเข้าดูข้อมูลภายในโดยไม่มีหมายค้นจากศาล ต้องมีหมายค้นจาก ตาม พรบ.คอมฯม.19 หากไม่มีหมายคุณมีสิทธิ์ปฏิเสธการเปิดมือถือ โดยให้ทำอย่างสุภาพและขอให้เจ้าหน้าที่แสดงหมาย
แนวทางการรับมือเมื่อถูกขอตรวจค้น: ตั้งสติใก้ดี ๆ และขอดูหมายค้น: หากตำรวจขอตรวจ ให้ถามหา หมายค้นจากศาล (ไม่ใช่แค่บัตรเจ้าหน้าที่) เพื่อเข้าถึงข้อมูลในเครื่อง ขอให้ปฏิเสธอย่างสุภาพ: ยืนยันสิทธิ์ความเป็นส่วนตัวว่าไม่ยินยอมให้ตรวจค้นข้อมูลภายในหากไม่มีหมาย
บันทึกหลักฐาน: ถ่ายคลิปวิดีโอเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐานเพื่อป้องกันการใช้อำนาจเกินกว่าเหตุ
ยึดไปได้ แต่เปิดดูไม่ได้: ตำรวจอาจยึดเครื่องไว้ได้ แต่ถ้าไม่มีหมายค้นมาแสดง ห้าม กดรหัสผ่านให้ตำรวจเปิดดูข้อมูลเด็ดขาด เพราะข้อมูลในมืออาจมีธุรกิจร้อยล้านพันล้าน หรือเก็บข้อมูลส่วนตัวที่ไม่อาจเปิดเผยได้
ดังนั้น: หากเจ้าหน้าที่ใช้กำลังบังคับ สามารถแจ้งความกลับได้ในฐานะเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ข้อควรจำ: การแอบเข้าถึงมือถือผู้อื่นโดยเจ้าหน้าที่โดยไม่มีหมายค้นถือว่าผิดกฎหมาย ข้อมูลภายในมือถือเป็นเรื่องส่วนตัว การป้องกันที่ดีคือการตั้งรหัสผ่านที่ซับซ้อน
โดย.ทนายหวัง
วชรพงศ์ มึทรัพย์กว้าง
ร่วมแสดงความคิดเห็น