วันที่ 24 มี.ค.69 เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อีกระลอก หลังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติออกมาเปิดเผยประสบการณ์ถูกเรียกเก็บเงินเกินจริงจากร้านคาราโอเกะในพื้นที่ย่านศรีดอนไชย อ.เมืองเชียงใหม่ โดยอ้างว่าถูกเรียกเก็บเงินรวมสูงถึง 76,000 บาท พร้อมถูกพนักงานชายหลายคนข่มขู่กดดันให้ชำระเงิน
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคม 2569 โดยนักท่องเที่ยวจำนวน 2 คน ได้เข้าไปใช้บริการร้านคาราโอเกะใกล้กับย่านศรีดอนไชย ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่าเป็นเครือข่ายเดียวกับร้านคาราโอเกะที่เพิ่งตกเป็นข่าวกรณีเรียกเก็บเงินนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส 30,000 บาทก่อนหน้านี้
รายงานระบุว่า นักท่องเที่ยวถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายครั้งแรกเป็นเงิน 12,000 บาท และเมื่อกำลังจะกลับออกจากร้าน กลับถูกเรียกเก็บเงินเพิ่มเติมอีก 64,000 บาท รวมเป็น 76,000 บาท เมื่อปฏิเสธการชำระเงิน ได้มีพนักงานชายเกือบ 10 คน เข้ามารุมกดดันและข่มขู่ให้จ่ายเงิน
ต่อมานักท่องเที่ยวได้นำเรื่องราวดังกล่าวไปโพสต์เผยแพร่ผ่าน Facebook ส่งผลให้มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่แสดงความไม่พอใจและวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของสถานประกอบการอย่างรุนแรง พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและดำเนินการอย่างจริงจัง
แหล่งข่าวยังเปิดเผยเพิ่มเติมว่า นอกจากร้านที่ตกเป็นข่าว ยังมีสถานประกอบการลักษณะเดียวกันในพื้นที่อีกไม่ต่ำกว่า 5 แห่ง ที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายเอาเปรียบนักท่องเที่ยว
ทั้งนี้ หลายฝ่ายแสดงความกังวลว่า หากปล่อยให้ปัญหาลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำซาก อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่ในฐานะเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ และอาจทำให้นักท่องเที่ยวขาดความเชื่อมั่น
พร้อมกันนี้ มีการเรียกร้องไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งจัดระเบียบสถานประกอบการในพื้นที่อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เอาเปรียบนักท่องเที่ยว และรักษาชื่อเสียงของจังหวัดเชียงใหม่ในระยะยาว
ความคืบหน้าในเรื่องนี้ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังผู้ดูแลคาราโอเกะในตัวเมืองเชียงใหม่ทั้งสี่แห่ง โดยได้เปิดเผยกว่าคาราโอเกะที่กลุ่มนายทุนมาเปิดในตัวเมืองเชียงใหม่นั้นประสบปัญหาการขาดทุนย่อยยับ และขณะนี้ได้ทยอยทำการปิดตัวลงในหลายจุดและเหลืออีกหนึ่งที่ซึ่งก็จะต้องปิดในอีกไม่กี่วันนี้ ทางเราขอยืนยันว่าการบริการลูกค้านั้นเราจะแจ้งราคาให้กับลูกค้าทราบทุกครั้งซึ่งลูกค้าก็รับทราบและยินยอมแต่ก็ไม่รู้เป็นอะไรทำไมถึงได้แจ้งความและนำสู่โซเชียล และในที่สุดก็ต้องปิดตัวลง

ร่วมแสดงความคิดเห็น