สมาคมโรงแรมไทยฯ ยอมรับผลกระทบจากสงครามและความตื่นตระหนกเรื่องพลังงานน้ำมัน ทำยอดจองสงกรานต์เชียงใหม่ลดลง 40% พร้อมงัดกลยุทธ์ด้านราคา และขอภาครัฐเร่งรณรงค์จัดแคมเปญดึง นทท.
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจโรงแรม-ที่พักในจังหวัดเชียงใหม่ เริ่มมีการ “ยกเลิกห้องพัก” จากกลุ่มนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและยุโรป เนื่องจากสายการบินระงับเที่ยวบินเพราะกังวลเรื่องความปลอดภัยในเส้นทางการบิน นางละเอียด บุ้งศรีทอง ที่ปรึกษาสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน) เปิดเผยถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวภาคเหนือที่กำลังเผชิญกับภาวะชะลอตัวอย่างหนัก โดยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้สายการบินยกเลิกเที่ยวบิน ทำให้นักท่องเที่ยวชาวยุโรปและตะวันออกกลางทยอยยกเลิกการเดินทาง ประกอบกับปัญหาความตื่นตระหนกเรื่องพลังงานและน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวชาวไทย ส่งผลให้ยอดจองห้องพักล่วงหน้าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ร่วงหนักถึง 20-40%
นางละเอียด กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีที่ผ่านมา อัตราการเข้าพักสูงถึงร้อยละ 65-75 แต่ในปีนี้ยอดจองล่วงหน้า (On the book) กลับมีเพียงร้อยละ 20-30 เท่านั้น แม้จะคาดหวังว่าในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนถึงเทศกาลอาจจะมียอดจองเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 55-65 แต่ในภาพรวมคาดว่านักท่องเที่ยวจะหายไปราว 20% และบางแห่งที่พึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติอาจยอดตกถึง 40% สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ “ตลาดนักท่องเที่ยวชาวไทย” ซึ่งปกติจะเป็นสัดส่วนหลักถึงร้อยละ 70 ในช่วงสงกรานต์ กลับหายไปเป็นจำนวนมาก
ปัจจัยหลักที่กระทบต่อตลาดคนไทย คือปัญหาการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนของภาครัฐในเรื่องพลังงาน ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความตื่นตระหนก (Panic) และไม่กล้าขับรถเดินทางข้ามภูมิภาค เพราะกังวลว่าจะไม่มีน้ำมันเติม หรือต้องเผชิญกับปั๊มปิดและจำกัดการเติมน้ำมัน นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังต้องแบกรับภาระต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภคที่พุ่งสูงขึ้นแทบทุกรายการ ทั้งข้าวสาร ไข่ไก่ และน้ำมัน ซึ่งสวนทางกับการประกาศของกระทรวงพาณิชย์ที่ระบุว่าจะไม่มีการปรับขึ้นราคาสินค้าจนถึงเดือนสิงหาคม
อย่างไรก็ตาม นางละเอียด ยืนยันว่าในส่วนของผู้ประกอบการโรงแรมไม่ได้มีการปรับขึ้นราคาที่พักแต่อย่างใด ในทางกลับกัน ทุกแห่งกำลังแข่งขันกันลดราคาและจัดทำโปรโมชัน “City Package” เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมา แม้ต้นทุนพลังงานของโรงแรมจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 6-7 แต่ก็ใช้วิธีบริหารจัดการประสิทธิภาพองค์กรแทนการตื่นตระหนก
พร้อมกันนี้ ได้เสนอแนะให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และหน่วยงานระดับจังหวัด เร่งบูรณาการข้อมูลและประชาสัมพันธ์แคมเปญกิจกรรมสงกรานต์ให้ชัดเจนโดยด่วนภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและประเทศระยะใกล้ (เช่น จีน มาเลเซีย สิงคโปร์) สามารถวางแผนการเดินทางได้ทัน โดยเสนอให้จัดระเบียบโซนนิ่ง (Zoning) กิจกรรมให้ชัดเจน เช่น กิจกรรมภาคกลางวันรอบนอกเมืองสำหรับกลุ่มครอบครัวหรือผู้สูงวัย และกิจกรรมภาคกลางคืนหรือในเขตเมืองเก่าสำหรับกลุ่มวัยรุ่นที่ต้องการสีสัน
สำหรับการรับมือในช่วงไตรมาส 2 และ 3 ซึ่งเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Off-season) นางละเอียด ได้เรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐและองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ (เช่น ปตท., SCG, CP) ปรับเปลี่ยนนโยบายการจัดประชุมสัมมนาและศึกษาดูงาน โดยงดการเดินทางไปต่างประเทศ แล้วหันมาใช้งบประมาณจัดกิจกรรมภายในประเทศและกระจายสู่ภูมิภาคแทน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศและช่วยเหลือผู้ประกอบการให้อยู่รอดได้ในภาวะวิกฤตเช่นนี้




ร่วมแสดงความคิดเห็น