รมว.ทส. เดินหน้าคุมเข้มไฟป่า-หมอกควัน ใน 14 กลุ่มป่า เร่งลดฝุ่น PM2.5

รมว.ทส. เดินหน้าคุมเข้มไฟป่า–หมอกควัน ใน 14 กลุ่มป่า เร่งลดฝุ่น PM2.5 ชี้แนวโน้มจุดความร้อนดีขึ้น แต่ยังต้องเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงสูงจากปริมาณเชื้อเพลิงสะสมและความแห้งแล้ง
.
วันนี้ (31 มี.ค. 69) เวลา 10.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวัง ควบคุมไฟป่าและหมอกควัน ในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า ณ ห้องประชุมพิทักษ์ไพร สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) และผ่านระบบ VDO Conference เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนืออย่างใกล้ชิด โดยมีผู้บริหารระดับสูงในสังกัดกระทรวงฯ พร้อมด้วย นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ , นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหัวหน้ากลุ่มป่าเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
.
การประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมรับฟังข้อเสนอแนะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และประเมินแนวโน้มในระยะถัดไป โดยข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 30 มีนาคม 2569 พบจุดความร้อน (Hotspot) ทั่วประเทศรวม 4,707 จุด แบ่งเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 2,493 จุด ป่าสงวนแห่งชาติ 1,720 จุด และนอกพื้นที่ป่า 494 จุด ขณะที่จุดความร้อนสะสมตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 63,803 จุด
.
อย่างไรก็ตามแม้สถานการณ์โดยรวมมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยจุดความร้อนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ลดลง 30.86% และในป่าสงวนแห่งชาติลดลง 28.11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่สถานการณ์ไฟป่าหลายจุดกลับมีความรุนแรง และยังคงมีพื้นที่เสี่ยงสูงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด เนื่องจากมีปริมาณเชื้อเพลิงสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดและมีความแห้งแล้งมาก
.
โอกาสนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น ได้กล่าวขอบคุณและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติงานอย่างเสียสละท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด และขอให้ได้การบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน ให้มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ และการสนับสนุนกำลังทางอากาศ เช่น เฮลิคอปเตอร์ เข้ามาควบคุมไฟในพื้นที่ยากลำบาก
.
พร้อมกันนี้ ได้มอบนโยบายยกระดับการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า โดยเน้นการดำเนินงานเชิงรุกอย่างเข้มข้น ครอบคลุมทุกมิติ ภายใต้หลัก “รวดเร็ว ตรงเป้า มีประสิทธิภาพ และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง” ประกอบด้วย 6 แนวทางสำคัญ ได้แก่
1. บริหารจัดการไฟป่าแบบบูรณาการ “14 กลุ่มป่าแปลงใหญ่” ทำงานไร้รอยต่อ ใช้ระบบ Single Command และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นศูนย์กลาง
2. ผนึกกำลังชุมชน ตั้งจุดเฝ้าระวัง 3,895 จุดทั่วประเทศ พร้อมปฏิบัติการเชิงรุกเข้าถึงกลุ่มเสี่ยง
3. เสริมปฏิบัติการทางอากาศ ใช้เฮลิคอปเตอร์และโดรนเข้าควบคุมไฟในพื้นที่วิกฤต
4. ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เชื่อมโยงศูนย์สั่งการทุกระดับแบบเรียลไทม์
5. ปิดพื้นที่ป่าเสี่ยง และบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ลักลอบเผาป่า
6. สื่อสารข้อมูลอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและลดผลกระทบต่อประชาชน
.
นายสุชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน จำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ภาคการท่องเที่ยว และภาคการเกษตร ให้สามารถเดินหน้าไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน โดยเน้นการสื่อสารสร้างความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับผลกระทบจากการเผา และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
.
นอกจากนี้ ได้กำชับให้ดูแลความปลอดภัยและสวัสดิภาพของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นสำคัญ พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่แนวหน้า และขอบคุณภาคประชาชน รวมถึงเครือข่ายต่าง ๆ อาทิ สภาลมหายใจภาคเหนือ ที่มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป
.

ร่วมแสดงความคิดเห็น