รวบ จนท.รัฐ ตัวการการเงินเครือข่ายยาเสพติด

ป.ป.ส. เปิดปฏิบัติการ “ยุทธการตัดเนื้อร้าย” ครั้งที่ 5 รวบ จนท.รัฐ ตัวการการเงินเครือข่ายยาเสพติด

ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่ง พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้สั่งการกำชับให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดและเข้มงวดสูงสุด สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม โดย พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. จึงได้เปิดปฏิบัติการเชิงรุกภายใต้ชื่อ “ยุทธการตัดเนื้อร้าย” เพื่อกวาดล้างและขุดรากถอนโคนเจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด โดยมุ่งเน้นการสร้างความโปร่งใสในระบบราชการและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของภาคประชาชน โดยมีแนวทางในการดำเนินงานที่สำคัญ คือ การปราบปรามอย่างไม่มีข้อยกเว้น จะไม่มีการปกป้องเจ้าหน้าที่หากพบหลักฐานความเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติดในทุกบริบท ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับข้ามชาติ โดยจะถูกลงโทษทั้งทางอาญาและวินัยขั้นสูงสุด รวมถึงการใช้มาตรการยึดทรัพย์สินมาใช้ตรวจสอบและดำเนินคดี เป็นการฟื้นฟูความเชื่อมั่นจากประชาชน เพื่อส่งสัญญาณว่าหน่วยงานของรัฐต้องสะอาดและเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง
.
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการ “ยุทธการตัดเนื้อร้าย” จำนวน 2 จุดในพื้นที่ จ.ตรัง และ จ.เชียงราย ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 2 คน ซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องในคดีวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 สำนักงาน ปปส.ภาค 5 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 3 คน พร้อมไอซ์ 496 กก. ที่ จ.เชียงใหม่ โดยยาเสพติดซุกซ่อนมากับสินค้าเกษตร เตรียมลำเลียงไปยังตลาดไท จ.ปทุมธานี ภายหลังจากการจับกุม เจ้าหน้าที่ดำเนินการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง จำนวน 13 ราย (มีบทบาทเกี่ยวกับการลำเลียงยาเสพติด และ บทบาททางด้านการเงิน) และเมื่อเดือนมกราคม 2569 สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ จำนวน 3 ราย ในพื้นที่ จ.พะเยา และจากการตรวจสอบพบว่ามีบุคคลที่ถูกออกหมายจับ 1 ราย เป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปมีส่วนร่วมดำเนินการด้านการเงินให้เครือข่ายยาเสพติดเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ นอกจากนี้ยังมีผู้เกี่ยวข้องที่ถูกออกหมายจับรายอื่น ๆ ที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันวางแผนเพื่อสืบสวนจับกุม รายละเอียดผลปฏิบัติการดังนี้

ผู้ต้องหารายที่ 1 ชุดปฏิบัติการ สำนักงาน ป.ป.ส. จับกุม น.ส.ไอลดาฯ (สงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่รัฐ สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งหนึ่งในจังหวัดตรัง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 797/2569 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2569 ในข้อหาสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด อันมีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมและสมคบกันฟอกเงิน น.ส.ไอลดาฯ มีบทบาทดำเนินการเรื่องการเงินให้กับบุคคลในเครือข่ายการค้ายาเสพติด อีกทั้งยังมีการว่าจ้างบุคคลให้จัดหาบุคคลมาเปิดบัญชีธนาคารเพื่อใช้ในการรับโอนเงินค่ายาเสพติด เหตุเกิดที่ ต.ย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง พร้อมตรวจยึดทรัพย์สิน ได้แก่ รถยนต์ 1 คัน บัญชีธนาคาร 3 บัญชี โฉนดที่ดิน 5 แปลง (ในพื้นที่ จ. ตรัง) รวมมูลค่าประมาณ 2,000,0000 บาท

ผู้ต้องหารายที่ 2 สำนักงาน ปปส.ภาค 5 ร่วมกับ สภ.แม่สาย และ ภ.จว.เชียงราย จับกุม นายวีรกรฯ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 798/2569 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2569 ในข้อหาสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด อันมีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมและสมคบกันฟอกเงิน เหตุเกิดที่ บ้านพักในพื้นที่ ต.ศรีเมืองชุม อ.แม่สาย จ.เชียงราย นายวีรกรฯ มีบทบาทเป็นผู้รับจ้างเปิดบัญชีธนาคารให้กับเครือข่ายการค้ายาเสพติดเพื่อทำธุรกรรมทางการเงิน เป็นผู้รับจ้างเปิดบัญชีธนาคารและเปิดซิมการ์ด โดยได้รับค่าจ้าง จำนวน 10,000 บาท
ในระยะเวลา 5 เดือน หลังคดีการจับกุมดังกล่าว สำนักงาน ป.ป.ส. บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาคี ดำเนินการสืบสวนขยายผล จนกระทั่งสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 13 ราย ปัจจุบันดำเนินการจับกุมแล้ว จำนวน 5 ราย

พันตำรวจตรี สุริยา เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า “สิ่งที่วิกฤตและเป็นอุปสรรคสำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติดมาโดยตลอด คือ การที่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐบางกลุ่มใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิด ทั้งการสนับสนุน เอื้อประโยชน์ หรือเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการค้ายาเสพติด พร้อมย้ำภายใต้ “ยุทธการตัดเนื้อร้าย” จะขุดรากถอนโคน เจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำความผิดทุกระดับ โดยไม่มีการละเว้น

นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงมาตรการขั้นเด็ดขาดที่จะนำมาบังคับใช้เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ หากพบว่ามีผู้ใต้บังคับบัญชากระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นจะต้องร่วมรับผิดชอบด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การดำเนินการทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน ยืนยันว่าภาครัฐจะกวาดบ้านตัวเองให้สะอาด ไม่ละเว้นผู้กระทำผิด และเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง เพราะเครื่องแบบมีไว้ปกป้องประชาชน ไม่ใช่ใช้เป็นเกราะกำบังในการทำผิดกฎหมาย”
สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม ขอขอบคุณทุกความร่วมมือของประชาชนที่ร่วมเป็นหูเป็นตา

หากมีเบาะแสเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีพฤติการณ์น่าสงสัยเกี่ยวข้องกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน 1386 ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด ตลอด 24 ชั่วโมง โดยยืนยันว่าข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บเป็นความลับสูงสุด

ร่วมแสดงความคิดเห็น