.เหตุการณ์ไฟไหม้ย่านชุมชนรายนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 เม.ย.69 เวลา11.00น.ขณะที่ พ.ต.ท.วรรณ ชัย จินดาวรรณ สว.สอบสวนสภ.เมืองแพร่ ปฏืบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนประจำวันสภ.เมืองแพร่รับแจ้งว่ามีเหตุไฟไหม้ข้างสนามกีฬาตำบลทุ่งโฮ้ง ต.ทุ่งโฮ้ง อ.เมืองแพร่ หลังแจ่งจึงรายงานให้ พ.ต.อ.สุรชัย จันทตมณี ผกก.สภ.เมืองแพร่ทราบและแจ้งไปยังนายสราวุธ หมื่นโฮ้ง นายกเทศมนตรีตำบลทุ่งโฮ้ง เจ้าของพื้นที่และให้ประสาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้เคียงกว่า 10แห่ง นำรถดับเพลืงมาช่วยเหลือดับเพลิง และรุดไแที่เกิกเหตุ
ขณะเดียวกันนาบนิกร ยะกะจาย นายอำภอเมืองแพร่ ทราบเหตุ นำกำลังอส.อ.เมืองแพร่เข้าร่วมสนับสนุนพบว่าบ้านที่เกิดหตุติดกับลำเหมือง ข้างสนามกีฬา ทราบชื่อเจ้าของบ้านคือ นายสมพร จันทร์ทิพย์ บ้านเลขที่ 293/1 ม.6 ต.ทุ่งโฮ้ง ซึ่งเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวริมคลอง และที่เก็บของเก่า รถดับเพลิงใช้เวลากว่า 40 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้
จากการตรวจสอบพบว่าเพลิงได้ลุกไหม้ตัวบ้านหมดทั้งหลัง และส่วนที่เป็นร้านค้าเสียหายเกือบหมด ทรัพย์สินต่างๆ ภายในบ้านถูกไหม้หมด โดยมีเจ้าของบ้านและลูกหลานที่ตกใจร้องไห้ เพราะสูญเสียทุกอย่างในกองเพลิง
.
จากการให้การของนายสมพรฯ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนเองได้แกะตู้เย็น เพื่อแยกระหว่างเหล็กและโฟม ออกจากกัน แต่ระหว่างทำงานต้องใช้ลูกหนู ในการเจียซึ่งระหว่างทำงานตนเองก็ หันให้ส่วนที่เป็นสะเก็ดไฟในการเจีย พุ่งออกไปจากตัวบ้านแต่
นายสมพรให้การด้วยอาการตกใจอีกว่า ระหว่างทำงาน หลานได้เปิดประตูเข้ามา และมีลมพัดมาอย่างรุนแรง ทำให้สะเก็ดไฟเปลี่ยนทิศ พุ่งไปติดกับโฟมที่กองอยู่จำนวนมากในบ้าน จากนั้นจึงลุกลามอย่างรวดเร็วแม้ว่าตนเองจะวิ่งไปดับแต่ไม่ทัน เพราะมีลมพัดกรรโชกจนไฟลุกลามใหญ่โต ต้องสืงหนีตายกันวุ่น
เพื่อนบ้านคนหนึ่งกล่าวว่า ได้เคยบอกกล่าวนายสมพรว่าให้เอาของที่ไม่จำเป็นออกบ้านบ้าง โดยเฉพาะโฟม เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงหน้าร้อนระวังฟืนไฟ เจ้าของบ้านก็รับทราบ แต่ไม่มีเวลาก็มาเกิดไฟไหม้เสียก่อนทำให้สูญเสียทรัพย์สืนไป




ร่วมแสดงความคิดเห็น