ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ สั่งเร่งคุมไฟป่ารอบดอยหลวงเชียงดาว

ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ สั่งเร่งคุมไฟป่ารอบดอยหลวงเชียงดาว พร้อมกำชับอำเภอ-อุทยาน เรียกชาวบ้านทำความเข้าใจ คุมเข้มกฎหมายการทำกินในเขตอุทยาน
.
วันนี้ (15 เม.ย. 69) ที่ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก จังหวัดเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกำหนดมาตรการเร่งด่วนในการควบคุมสถานการณ์ หลังยังคงพบจุดความร้อนในหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
.
จากข้อมูลการตรวจจับจุดความร้อนจากดาวเทียมในช่วงเช้าวันนี้ (15 เม.ย. 69) พบจุดความร้อนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่รวม 270 จุด โดยพบมากที่สุดในพื้นที่อำเภอเชียงดาว จำนวน 92 จุด หลายจุดอยู่ในพื้นที่สูงชันและเข้าถึงได้ยาก ทำให้การปฏิบัติงานภาคพื้นดินเป็นไปด้วยความลำบาก
.
จังหวัดจึงได้ประสานขอรับการสนับสนุนอากาศยานจากกองทัพอากาศ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าช่วยบินโปรยน้ำดับไฟ ควบคู่กับการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน เพื่อเร่งควบคุมสถานการณ์ โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับจุดความร้อนบริเวณด้านหลังดอยหลวงเชียงดาว เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามขึ้นสู่พื้นที่ดอยหลวงเชียงดาว รวมถึงพื้นที่ป่าใกล้เคียงในอำเภอไชยปราการ
.
นอกจากนี้ จากการวิเคราะห์ลักษณะการเกิดจุดความร้อน พบว่าหลายจุดเกิดขึ้นภายในเขตอุทยานแห่งชาติ และอยู่ใกล้พื้นที่ทำกินของราษฎรที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ตามมาตรา 64 ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าอาจเกิดจากการเผาพื้นที่โดยรอบจนไฟลุกลามเข้าสู่แปลงทำกิน
.
ขณะเดียวกัน ยังพบพฤติกรรมการจุดไฟในรูปแบบอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดและการตรวจจับจากเจ้าหน้าที่ เช่น การใช้ธูป การจุดประทัด รวมถึงการนำแบตเตอรี่มาดัดแปลงเป็นอุปกรณ์ตั้งเวลาจุดไฟ
.
ภายหลังการประชุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้มีข้อสั่งการเร่งด่วนให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเข้มข้น ดังนี้

      - ป้องกันและเฝ้าระวังไม่ให้ไฟลุกลามขึ้นสู่ดอยหลวงเชียงดาวอย่างเด็ดขาด
      - พื้นที่ที่กำลังภาคพื้นดินเข้าถึงได้ยากและมีความเสี่ยงสูง ให้เร่งประสานใช้อากาศยานเข้าช่วยดับไฟ
      - การปฏิบัติการทางอากาศต้องมีการสื่อสารอย่างใกล้ชิดระหว่างนักบินและเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการทิ้งน้ำและให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
      - ให้อำเภอทุกแห่งประสานกับอุทยาน เรียกผู้ถือครองที่ดินทำกินตามมาตรา 64 เข้าพูดคุยสร้างความเข้าใจเรื่องความรับผิดชอบ การใช้ประโยชน์ที่ดิน และการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงบทลงโทษกรณีเกิดไฟในพื้นที่
      - ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชนในพื้นที่เสี่ยง เพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวน พร้อมสร้างการรับรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

.
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ดับไฟป่ากว่า 20,000 นาย ที่เสียสละช่วงเวลาแห่งความสุขในเทศกาลสงกรานต์ มาปฏิบัติหน้าที่อย่างทุ่มเท เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสร้างคุณภาพอากาศที่ดีให้แก่ประชาชนชาวเชียงใหม่
.

ร่วมแสดงความคิดเห็น