เมื่อ ‘ไม้หมายเมือง’ ล้มลง บทเรียนเรื่องรากเหง้าและความเปลี่ยนแปลงจากใจชาวฟาร์อีสเทอร์น

มุมมอง ไม้หมายเมืองล้ม ………. เมื่อ ‘ไม้หมายเมือง’ ล้มลง บทเรียนเรื่องรากเหง้าและความเปลี่ยนแปลงจากใจชาวฟาร์อีสเทอร์น

Facebook ของ มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น (FEU) เชียงใหม่ เผยแพร่กรณีเหตุการณ์ต้นยางวัดเจดีย์หลวงล้ม เมื่อเย็นวันที่ 16 เม.ย.69 มีข้อความระบุว่า เมื่อ “ไม้หมายเมือง” ล้มลง บทเรียนเรื่องรากเหง้าและความเปลี่ยนแปลงจากใจชาวฟาร์อีสเทอร์น ในฐานะสถาบันการศึกษาที่เติบโตและหยั่งรากลึกอยู่บนแผ่นดินเชียงใหม่มากว่า 3 ทศวรรษ มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น (FEU) เราไม่ได้มองเห็นเพียงแค่ตัวอาคารหรือหลักสูตร แต่เรามองเห็น “จิตวิญญาณ” ของเมืองที่ถักทอผ่านกาลเวลา

เหตุการณ์ต้นยางนายักษ์ หรือ “ไม้หมายเมือง” ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร หักโค่นลงใน “วันพญาวัน” จึงไม่ใช่เพียงข่าวอุบัติเหตุทางธรรมชาติสำหรับเรา แต่เป็นบทบันทึกหน้าที่สำคัญของประวัติศาสตร์ร่วมสมัย ที่ชาวฟาร์อีสเทอร์นขอร่วมรำลึกและถอดบทเรียน

กว่า 30 ปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์นทำหน้าที่บ่มเพาะปัญญาและสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเชียงใหม่ ในขณะที่ต้นยางนา ณ วัดเจดีย์หลวง ทำหน้าที่เป็น “เข็มทิศ” และ “ร่มเงา” ให้กับบรรพบุรุษมานานนับร้อยปี

การที่ไม้ใหญ่ระดับตำนานล้มลงในช่วงเวลาที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของล้านนาอย่างวันพญาวัน สะกิดใจพวกเราในฐานะนักการศึกษาและคนทำงานด้านการพัฒนาเมืองว่า

ความแข็งแกร่งต้องมาคู่กับการดูแล: เปรียบเหมือนธุรกิจหรือองค์กรที่ดูมั่นคง หากขาดการบำรุงรากฐานให้สอดรับกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ก็ย่อมสุ่มเสี่ยงต่อพายุที่ถาโถม

สัญลักษณ์ที่จับต้องไม่ได้: แม้ต้นไม้จะล้มลง แต่ “คุณค่า” ในฐานะหมุดหมายทางจิตวิญญาณไม่ได้ล้มตามไป เรายังคงมีรากเหง้าที่แข็งแรง (Cultural Roots) ควบคู่ไปกับปีกแห่งนวัตกรรม (Innovation Wings)

ในทางคติชนวิทยาที่ชาวเชียงใหม่ศรัทธา การล้มของไม้เมืองในวันมงคลเช่นนี้ถูกตีความว่าเป็นการ “รับเคราะห์” แทนบ้านเมือง แต่ในอีกมุมหนึ่ง อาจมีนัยของการ “ผลัดใบครั้งใหญ่” ซ่อนอยู่ก็เป็นได้

ต้นยางนาที่ล้มลง ณ ศูนย์กลางเมือง (วัดเจดีย์หลวง) กำลังเตือนให้พวกเราทุกคน—ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ นักธุรกิจ หรือคนทำงานสร้างสรรค์—ตระหนักถึงกฎของ “อนิจจัง” ไม่มีสิ่งใดอยู่ยงคงกระพัน สิ่งที่สำคัญกว่าคือเราจะจัดการกับ “ซากปรักหักพัง” นั้นให้กลายเป็น “ปัญญา” ได้อย่างไร?

จาก ‘รุกขมรดก’ สู่ ‘บทเรียนมีชีวิต’
ในมุมมองนักการศึกษา เราเชื่อเสมอว่า เชียงใหม่จะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างสง่างาม ต้องไม่ลืมเหลียวมองเบื้องหลัง เหตุการณ์นี้จึงเป็นโจทย์สำคัญให้เรานำไปต่อยอดในอีกมุมมองหนึ่งว่า

1.เราจะใช้ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยดูแลไม้ใหญ่ที่เหลืออยู่ในเชียงใหม่อย่างไรให้ยั่งยืน?
2.การนำไม้ที่ล้มลงมาสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation) ทั้งในเชิงศิลปะและจิตใจ เพื่อให้ “ไม้หมายเมือง” ยังคงทำหน้าที่ของมันต่อไปในรูปแบบใหม่

กว่า 30 ปีของฟาร์อีสเทอร์น เราเห็นเชียงใหม่เปลี่ยนแปลงมามากมาย แต่ความศรัทธาในรากเหง้าล้านนายังคงเข้มข้น วันนี้ไม้เมืองล้มลงเพื่อบอกเราว่า ถึงเวลาที่คนรุ่นใหม่ต้องลุกขึ้นมาเป็น ‘ร่มเงา’ และ ‘หมุดหมาย’ ให้กับเมืองนี้ด้วยตัวเอง”

ในนามของมหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น เราขอส่งกำลังใจให้ชาวเชียงใหม่ และขอให้เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราหวงแหนและดูแล “มรดกที่มีชีวิต” ของเมืองเราให้ดีที่สุด ก่อนที่มันจะเหลือเพียงความทรงจำ

เพราะรากที่แข็งแรง คือจุดเริ่มต้นของกิ่งก้านที่สง่างาม

ด้วยความเคารพในรากเหง้าล้านนา
มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น (FEU)

Credit ภาพ
https://urbancreature.co/chiang-mai-save-yang/

ร่วมแสดงความคิดเห็น