สารหนูในแม่น้ำสาละวินยังเกินมาตรฐาน จากการตรวจล่าสุดของกรมควบคุมมลพิษ ผลตรวจครั้งที่ 3 ปลายมี.ค. 2569 จ.แม่ฮ่องสอน สารหนูเกินทุกจุด ตั้งแต่บ้านท่าตาฝั่งถึงบ้านสบเมย ค่าที่พบ 0.049 – 0.060 มก./ล.เกณฑ์มาตรฐาน ต้องไม่เกิน 0.01 มก./ล. ตอนนี้เกินไป 5-6 เท่า จุดสูงสุดที่ บ้านท่าตาฝั่ง ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง วัดได้ 0.060 มก./ล.
วันที่ 30 เมษายน 2569 นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้ประสานงานกับกรมทรัพยากรน้ำ และ มีการสำรวจพื้นที่จัดทำโครงการแหล่งน้ำใหม่ ทั้งประปาภูเขาและน้ำผิวดินเพื่อรองรับบ้านแม่สามแลบ บ้านพะละอึ และ บ้านสบเมย ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย เรียบร้อยแล้ว แต่ความหวังของชาวบ้านต้องสะดุดลงเมื่อเกิดการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ทำให้โครงการที่เสนอต่อ ครม. เงียบหายไปจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ “เราต้องเร่งหาแหล่งน้ำสำรองที่ปลอดภัยให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด ควบคู่ไปกับการใช้กลไกต่างประเทศเพื่อเจรจาแก้ไขปัญหามลพิษข้ามแดนที่เป็นต้นเหตุ
หลังจากที่ทาง กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำแม่น้ำสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน ครั้งที่ 3 (มีนาคม 2569) พบข้อมูลที่น่าตกใจ โดยเฉพาะ “สารหนู” (As) ที่ตรวจพบค่าสูงถึง 0.049 – 0.060 มก./ล. ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานถึง 6 เท่า (มาตรฐานกำหนดไม่เกิน 0.01 มก./ล.) โดยจุดที่วิกฤตที่สุดคือ ที่ บ้านท่าตาฝั่ง ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน และ ท่าเรือแม่บ้านสามแลบ ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ในส่วนของ ลำน้ำสาขา ได้แก่ แม่น้ำสามแลบ, แม่น้ำแม่ปอ, แม่น้ำยวม และแม่น้ำปาย ซึ่งผลตรวจยืนยันว่ายังมีความสะอาด ปลอดภัย และอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน สามารถใช้ในการอุปโภคบริโภคได้ ขณะที่ทางกรมควบคุมมลพิษ ยืนยันจะยกระดับการตรวจวัดน้ำเป็นรายเดือน เพื่อเฝ้าระวังความปลอดภัยให้กับประชาชนอย่างใกล้ชิด
มาตรการตอนนี้ กรมควบคุมมลพิษยกระดับเฝ้าระวัง จากเดิมเก็บตัวอย่างทุก 2 เดือน เป็น เก็บทุกเดือน เริ่ม มี.ค. 2569 เพื่อแจ้งเตือนประชาชนต่อเนื่อง สาเหตุหลัก ที่เคยมีรายงานก่อนหน้านี้มักเชื่อมโยงกับเหมืองในฝั่งเมียนมา แต่กรมควบคุมมลพิษยังติดตามหาต้นตอต่อเนื่อง ประชาชนอยู่พื้นที่แม่ฮ่องสอนให้เลี่ยงใช้น้ำจากแม่น้ำสาละวินสายหลักโดยตรงเพื่ออุปโภคบริโภค และติดตามดูประกาศของ คพ. หรือสาธารณสุขจังหวัดประกอบด้วย






ร่วมแสดงความคิดเห็น