รวบแล้วฆาตกรรมต่อเนื่องคนไร้บ้าน รับสารภาพเป็นคนก่อเหตุฆ่า 2 ราย ใน จ.เชียงใหม่ และอีก 1 ราย ที่ จ.เชียงราย

รวบแล้วมือฆาตกรรมต่อเนื่องคนไร้บ้าน รับสารภาพเป็นคนก่อเหตุฆ่า 2 ราย ที่ใต้สะพานรัตนโกสินทร์ และเคสใต้สะพานฟ้าฮ่าม ตร.สอบเข้ม พบประวัติติดยา อีกทั้งก่อเหตุฆ่าคนไร้บ้านที่ จ.เชียงราย รวมเป็น 3 ศพ

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 1 พ.ค.69 พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5 , พล.ต.ต.จิตร์พิสุทธิ์ อิ่มสงวน ผบก.สส.ภ.5 , พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช้างเผือก โดย พ.ต.อ.เสวก ชูศิริ ผกก.สภ.ช้างเผือก ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัวคนร้ายซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุฆาตกรรมต่อเนื่องและเผาอำพรางศพคนไร้บ้าน ในพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเมื่อวันที่ 29 เม.ย.69 บริเวณใต้สะพานรัตนโกสินทร์ ฝั่งตะวันตก ต.ช้างม่อย อ.เมืองเชียงใหม่ และอีกจุดที่เกิดขึ้นวานนี้ (30 เม.ย.69) บริเวณสะพานขรัวสลีเวียงพิงค์ ฝั่งตะวันออก ต.ฟ้าฮ่าม อ.เมืองเชียงใหม่

โดยผู้ต้องหาที่ก่อเหตุสะเทือนขวัญในครั้งนี้ถูกจับกุมตัวได้หลังก่อเหตุในช่วงค่ำวานนี้ขณะหลบหนีบริเวณหน้าตลาดช้างเผือก ต.ศรีภูมิ อ.เมืองเชียงใหม่ ก่อนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวมาสอบสวน ทราบชื่อคือ นายปะแนะ ปูลิ อายุ 31 ปี ชาว ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย พร้อมของกลางกระเป๋าสะพายข้าง 1 ใบ , กระเป๋าถุงผ้า 1 ใบ และเสื้อผ้าที่สวมใส่ในการก่อเหตุ

ขณะที่ในการสอบสวน นายปะแนะ ผู้ต้องหารายนี้ ทางเจ้าตัวได้ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุฆาตกรรม นายบุญเรือง อายุ 51 ปี ชาว ต.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นชายเร่ร่อนไร้บ้าน ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพบศพถูกไฟคลอกบริเวณใต้สะพานรัตนโกสินทร์ ช่วงเช้าของวันที่ 29 เม.ย.69 โดยสาเหตุทางเจ้าตัวอ้างว่า เกิดจากการที่ผู้เสียชีวิตได้เอาโทรศัพท์ของตัวเองไป จึงได้ไปทำการทวงคืน แต่ทางผู้เสียชีวิตไม่ยอมคืนให้ อีกทั้งอ้างว่า ผู้เสียชีวิตขู่จะทำร้ายและฆ่าตน จึงทำให้เกิดการทะเลาะกันขึ้น จากนั้นทางผู้เสียชีวิตได้ใช้อาวุธมีดคัตเตอร์มาป้องกันตัว และตนได้แย่งมีดคัตเตอร์ผู้เสียชีวิตมาได้ จากนั้นจึงใช้มีดดังกล่าวแทงเข้าที่บริเวณลำคอ จนกระทั่งเสียชีวิตแล้วจึงใช้ผ้าห่มคลุมร่างก่อนทำการจุดไฟเผาเพื่อจะอำพรางคดี

ขณะที่ภายหลังก่อเหตุ นายปะแนะ ได้ทำการหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ แล้วเดินเท้าไปตามทางก่อนจะขอติดรถของชาวบ้านเดินทางขึ้นไปบนดอยสุเทพ แล้วกลับลงมา จากนั้นได้เดินทางมาที่บริเวณใต้สะพานขรัวสลีเวียงพิงค์ ต.ฟ้าฮ่าม อ.เมืองเชียงใหม่ ช่วงค่ำคืนของวันที่ 29 เม.ย.69 และพบกับผู้เสียชีวิตรายที่ 2 คือ นายโจ้ อายุ 46 ปี ชาว อ.แม่ฮ่องสอน ก่อนที่ นายปะแนะ กับผู้เสียชีวิตจะมีปากเสียงและทะเลาะกันเรื่องแย่งที่นอน และ นายปะแนะ ผู้ก่อเหตุได้ทำร้ายร่างกายด้วยการซ้อมและเตอะต่อย และกระทืบซ้ำจนกระทั่งเสียชีวิตก่อนจะใช้ผ้าห่มของผู้เสียชีวินคลุมใบหน้า แล้วหลบหนีออกที่เกิดเหตุมาที่บริเวณตลาดช้างเผือก เพื่อตั้งใจจะขึ้นรถหลบหนีออกนอกพื้นที่ แต่ถูกทางเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวได้ก่อน

ขณะที่ภายหลังการสอบสวน ทางด้าน พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นคดีที่คนร้ายลงมือก่อเหตุอย่างอุกอาจ และเป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่ทำให้เกิดความหวาดกลัวกับประชาชน ภายหลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจททราบเหตุก็ได้เร่งดำเนินการสืบสวน จนกระทั่งติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด โดยผู้ต้องหาคือ นายปะแนะ อายุ 31 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้เคยอยู่ที่ จ.เชียงราย เป็นคนมีที่อาศัยไม่เป็นหลักแหล่ง และไม่มีงานทำ โดยจะรับจ้างก่อสร้างและอาศัยหลับนอนตามใต้สะพาน หรืออาคารร้าง โดยก่อนจะเดินทางมาที่ จ.เชียงใหม่ นายปะแนะ ยังได้ก่อเหตุฆาตกรรมคนเร่ร่อนเสียชีวิตบริเวณริมถนนสาธารณะสิงหไคล ต.เวียง อ.เมืองเชียงราย เมื่อวันที่ 7 ม.ค.69 ที่ผ่านมา ก่อนจะทำการหลบหนีเข้ามาในพื้นที่ อ.เมืองเชียงใหม่ และได้อาศัยหลับนอนตามใต้สะพาน และอาคารร้าง ซึ่งเป็นจุดที่กลุ่มคนเร่ร่อนจะไปอาศัยรวมกัน และทำให้รู้จักกับผู้เสียชีวิตอีก 2 ราย ที่ลงมือก่อเหตุล่าสุด

นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติของ นายปะแนะ ยังพบว่ามีประวัติเคยถูกจับกุมในคดียาเสพติดมาแล้ว และจากการสอบสวนเบื้องต้น ทางผู้ต้องหาก็รับสารภาพว่าก่อเหตุฆาตกรรมคนเร่ร่อนถึง 3 ราย ส่วนกรณีเคสของการเสียชีวิตที่ภายในอาคารร้างย่านอาเขตนั้น จากการสอบสวนผู้ต้องหายังไม่พบเบาะแสเชื่อมโยง และทางผู้ต้องหาก็ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตแต่อย่างใด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องมีการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง และเบื้องต้นได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับ นายปะแนะ ในฐาน “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและทำลายศพหรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิด การตายหรือเหตุแห่งการตาย”

ร่วมแสดงความคิดเห็น