เด็กชายวัย 13 ปี ถูกดักยิงหลังกลับงานประจำปี ผ่านไป 4 เดือนคดีสุดอืด ญาติหวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม

เด็กชายวัย 13 ปี ถูกดักยิงเสียชีวิตหลังกลับงานประจำปี ผ่านไป 4 เดือนคดีสุดอืด ญาติหวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม ยายร่ำไห้บอกคิดถึงหลาน หากแลกชีวิตกันได้ก็จะทำ

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลายเป็นประเด็นสะเทือนใจในโลกโซเชียล หลังมารดาของผู้เสียชีวิต ได้โพสต์ระบายความในใจด้วยความอัดอั้นถึงความคืบหน้าของคดีลูกชายที่เสียชีวิตไปนานกว่า 4 เดือนแต่คดียังไม่มีความชัดเจน โดยระบุข้อความว่า

“วันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 ลูกชายออกไปเที่ยวงานฤดูหนาวประจำปี งานข้าวหอมอำเภอป่าแดด… ถูกกลุ่มวัยรุ่นแก๊ง 208 เชียงราย ดักยิงที่หน้าผากและฟันขาซ้ายลึกถึงกระดูกจนเสียชีวิต… ตอนนี้จับคนยิงได้แล้วแต่ยังส่งฟ้องไม่ทัน คนยิงยังเดินรอยหน้าลอยตาอยู่เลย แม่จะนอนหลับลงได้อย่างไรในเมื่อคดียังไม่ไปถึงไหน”

ล่าสุดวันนี้ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านหมู่ 5 บ้านแม่พุงเหนือ ต.ป่าแดด อ.ป่าแดด จ.เชียงราย เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจาก นางเวทนา อายุ 53 ปี ยายของเด็กชายประดิษฐศักดิ์ หรือ “น้องโมเดล” วัย 13 ปี ผู้เสียชีวิต ซึ่งบรรยากาศในบ้านเต็มไปด้วยความโศกเศร้า

นางเวทนาเล่าถึงเหตุการณ์คืนเกิดเหตุว่า เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 น้องโมเดลได้ขออนุญาตไปเที่ยวงานข้าวหอมกับกลุ่มรุ่นพี่ในหมู่บ้าน จนกระทั่งเวลาประมาณ 23.45 น. ขณะเดินทางกลับ ได้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างกลุ่มรุ่นพี่กับ “แก๊ง 208 เชียงราย” (กลุ่มวัยรุ่น ต.ดอนลาน อ.เมืองเชียงราย) เมื่อเหตุการณ์สงบลงและแยกย้ายกันไป ปรากฏว่ากลุ่มแก๊ง 208 ได้ไปซุ่มรออยู่ในที่มืดข้างทาง

ในจังหวะนั้น น้องโมเดลซึ่งขี่รถจักรยานผ่านมาเห็นเพื่อนได้รับบาดเจ็บและพยายามจะเข้าไปช่วยเพื่อนำส่งโรงพยาบาล กลับถูกกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวกว่า 10 คนขี่รถจักรยานยนต์เข้ามารุมล้อม หนึ่งในนั้นได้ชักอาวุธปืนออกมายิงเข้าที่หน้าผากจนน้องล้มลง จากนั้นยังถูกรุมทำร้ายด้วยอาวุธมีด มีบาดแผลฉกรรจ์ที่ขาซ้ายยาวกว่า 6 เซนติเมตรลึกถึงกระดูก ก่อนที่กลุ่มผู้ก่อเหตุจะขี่รถจักรยานยนต์วนรอบร่างของน้องโมเดลอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย

นางเวทนากล่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า “ทุกวันนี้เหมือนตายทั้งเป็น ต้องกินยารักษาอาการซึมเศร้าทุกเดือน คิดถึงหลาน อยากจะไปแทนที่เขาได้ หากแลกชีวิตกันได้ก็จะยอม ตนเลี้ยงเขามาจนใหญ่แต่ต้องมาจบชีวิตด้วยน้ำมือคนที่ใจคอโหดเหี้ยมแบบนี้”

นอกจากนี้ นางเวทนายังแสดงความกังวลอย่างมาก เนื่องจากคดีผ่านมา 4 เดือนแล้ว แต่ความคืบหน้ากลับล่าช้าจนผิดสังเกต แม้จะทราบตัวคนยิงแต่ยังไม่สามารถดำเนินคดีให้ถึงที่สุดได้

นางเวทนา ยังเผยอีกว่า ก่อนวันที่น้องโมเดลจะถูกยิงเสียชีวิต หลานชายได้ไปไล่ชวนเพื่อนๆให้มาร่วมฉลองวันเกิดตนเองในวันที่ 21 ธ.ค. 68 แต่หลานชายกลับมาถูกยิงตายในวันที่ 18 ธ.ค. ก่อนจะถึงวันเกิดไม่กี่วัน จนเพื่อนๆที่ทราบข่าวต่างรู้สึกตกใจโศกเศร้า โดยในวันเผาศพ เพื่อนๆต่างพากันนำเค้กวันเกิดมาจัดงานวันเกิดน้องให้น้องโมเดล ท่ามกลางความโศกเศร้าของทั้งครอบครัวและเพื่อนฝูง เพราะแทนที่จะได้จัดงานฉลองวันเกิดกลายเป็นวันเผาศพของหลานชายแทน

“หลังจากน้องโมเดลตายไป ลูกสาวคนโตหรือแม่น้องโมเดลก็ตรอมใจจนน้ำหนักลดจากที่เคยหนักเกือบ 60 กก. ตอนนี้ลดเหลือ 48 กก. ส่วนตนก็มีอาการป่วยซึมเศร้า ต้องไปพบหมอทุกเดือนและทานยาต่อเนื่อง ถึงแม้จะมีหลานเล็กๆ ซึ่งเป็นลูกของลูกสาวคนเล็กอีก 2 คน แต่ทุกวันนี้มันไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไร หมดกำลังใจ อยากขอความเห็นใจจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งรัดดำเนินคดี เอาตัวคนผิดมาดำเนินคดีตามกฏหมาย” นางเวทนา กล่าว

สำหรับความคืบหน้าทางคดี ล่าสุดมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมสำนวนส่งให้อัยการจังหวัดแล้ว แต่ทางอัยการได้ตีกลับสำนวนเพื่อให้พนักงานสอบสวนไปสอบปากคำเพิ่มเติม เนื่องจากสำนวนยังมี “ช่องโหว่” หลายจุดที่ต้องทำให้รัดกุมยิ่งขึ้น ทำให้กลุ่มครอบครัวผู้สูญเสียเกรงว่าผู้ก่อเหตุจะได้รับการประกันตัวและออกมาใช้ชีวิตตามปกติ ขณะที่กลุ่มแก๊งดังกล่าวยังคงมีการเคลื่อนไหวผ่านสื่อโซเชียลทั้ง TikTok และ Instagram อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ครอบครัวของน้องโมเดลวอนขอความเป็นธรรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกรมพินิจ ให้เร่งรัดคดีและนำตัวผู้กระทำผิดทั้งหมดมารับโทษตามกฎหมาย เพื่อให้ดวงวิญญาณของเด็กชายวัย 13 ปีไปสู่สุคติ และคืนความยุติธรรมให้กับครอบครัวที่ยังคงรอคอยคำตอบอย่างมีความหวัง หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมผู้สื่อข่าวจะรายงานให้ทราบต่อไป.

ร่วมแสดงความคิดเห็น