วิกฤตน้ำกว๊าน! น้ำ 2 สี-ปลาตายเกลื่อน กลิ่นเหม็นคลุ้ง

วันที่ 3 พฤษภาคม 2569 สถานการณ์ที่ กว๊านพะเยา น่าวิตกอย่างหนัก หลังพบว่าน้ำภายในกว๊านเริ่มแห้ง ระดับน้ำล่าสุดอยู่ที่ 390.35 เมตร ปริมาณน้ำเพียง 14.934 ล้านลูกบาศก์เมตร ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าความจุที่เหมาะสมอย่างมีนัยสำคัญทำให้เกิดปรากฏการณ์ น้ำสองสีแบ่งเป็นฝั่งน้ำสีดำขุ่นและสีขาวขุ่นตัดกันอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนถึงภาวะน้ำเน่าเสียและการขาดออกซิเจนในน้ำอย่างรุนแรง ส่งผลให้ปลานานาชนิดทยอยลอยตายเกลื่อนทั่วพื้นที่ แม้เจ้าหน้าที่จะเร่งเก็บซากปลาไปกำจัดอย่างต่อเนื่อง แต่ยังพบปลาตายเพิ่มขึ้นไม่หยุด กลิ่นเหม็นเน่าฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนโดยรอบ

แหล่งน้ำจากกว๊านพะเยาถือเป็น หัวใจหลักในการผลิตน้ำประปาหล่อเลี้ยงประชาชนทั้งจังหวัด เมื่อคุณภาพน้ำดิบเสื่อมโทรมจากการเน่าเสีย จะส่งผลโดยตรงต่อกระบวนการผลิตน้ำประปา คุณภาพน้ำอาจไม่เสถียร มีกลิ่น สี หรือรสผิดปกติ กระทบการใช้น้ำของประชาชนระบบนิเวศพัง เสี่ยงเสียสมดุลระยะยาว

การตายของปลาจำนวนมาก ไม่เพียงกระทบต่อชาวประมงพื้นบ้าน แต่ยังส่งผลต่อห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศ สิ่งมีชีวิตน้ำอื่นๆ เสี่ยงตายตามจากภาวะขาดออกซิเจนน้ำเน่าเสียสะสม อาจเกิดสาหร่ายพิษกระทบเศรษฐกิจระดับน้ำที่ลดลงอย่างต่อเนื่องยังสะท้อนถึงภาวะภัยแล้งที่เริ่มรุนแรงขึ้น กระทบเกษตรกรที่ใช้น้ำจากกว๊านกระทบการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรายได้สำคัญของพื้นที่
เสี่ยงเกิดวิกฤตน้ำอุปโภคบริโภค หากสถานการณ์ยืดเยื้อแม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งแก้ไขทั้งการเก็บซากปลาและตรวจสอบคุณภาพน้ำ แต่สถานการณ์ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความกังวลของประชาชนว่า หากไม่สามารถควบคุมได้ทันท่วงที กว๊านพะเยาอาจเผชิญวิกฤตสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ที่กระทบทั้งคนและธรรมชาติในวงกว้าง

ร่วมแสดงความคิดเห็น