หนุ่มร้องสื่อเตือนภัย เจอคนขับเก๋งปาดหน้าไล่เบียดบนถนนวงแหวนรอบ 2 รวมโชค-ศาลากลางเชียงใหม่ หวั่นเป็นภัยสังคม ล่าสุดเจ้าตัวแจ้งความ ขอความช่วยเหลือพลเมืองดีส่งหลักฐานวงจรปิดหรือกล้องหน้ารถ ขณะตอนเกิดเหตุ ใช้ดำเนินคดีคนก่อเหตุ
วันที่ 10 พ.ค.69 จ.ท.ราชวัตร (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ติดต่อร้องเรียนกับทางผู้สื่อข่าว จากกรณีที่ตนได้ประสบกับเหตุการณ์ที่เป็นอันตรายต่อตัวเองและสังคม เนื่องจากถูกคนขับรถเก๋ง โตโยต้า อัลติส สีขาว (ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน) ขับปาดหน้า บีบแตรใส่ ไล่เบียด จนตัวเองเกือบเกิดอุบัติ บนถนนสายวงแหวนรอบ 2 รวมโชค-ศาลากลางเชียงใหม่ ในขณะที่ตัวเองขับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ และหลังจากนั้นรถคันดังกล่าวก็ขับหลบหนีเข้าไปภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง และไม่ออกมาอีกจนกระทั่งตัวเองได้นำเรื่องราวและเหตุดังกล่าวเดินทางเข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง แต่เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีหลักฐานที่ไม่เพียงพอจึงต้องดำเนินการหาหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี
จากการสอบถามทางด้าน จ.ท.ราชวัตร (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี เล่าว่า ในวันเกิดเหตุเป็นช่วงเวลาประมาณ 11.00 น. ของวานนี้ (9 พ.ค.69) โดยตนได้ขับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์มาตามเส้นทางถนนวงแหวนรอบ 2 เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านที่แม่ริม และใช้เส้นทางนี้อยู่เป็นประจำ จนกระทั่งขับมาถึงบริเวณทางลอดแยกรวมโชค ตนที่ขับมาจากแยกเทพปัญญาได้เลี้ยวซ้ายเพื่อมุ่งหน้าไปทางศาลากลาง ที่จุดนั้นได้มีการซ่อมถนน ตนจึงขับเบี่ยงขึ้นขวาเล็กน้อย โดยตนเห็นรถยนต์โตโยต้า อัลติส สีขาว (ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน) ของคู่กรณีจอดอยู่ด้านเลนซ้ายสึดขณะขับขึ้นแซง ตนไม่ได้สนใจอะไรและได้ขับมาตามปกติ โดยตอนนัันยอมรับว่าได้ขับเร็วพอสมควร
แต่หลังจากผ่านตรงจุดนั้นมารถยนต์โตโยต้า อัลติส สีขาวของคู่กรณี ได้ขับตามหลังตนมาพร้อมกับบีบแตร่และตบไฟใส่ ตนคิดว่ารถคันดังกล่าวจะขอแซง จึงขับเบี่ยงลงเลนซ้าย ก่อนที่รถเก๋งคันดังกล่าวจะขับแซงขึ้นไปแล้วเบรคอย่างกระทันหันเพื่อตั้งใจให้ตนชนท้าย แต่โชคดีที่ตนเบรคทันและขับมาในระหว่างทางรถยนต์เก๋งคันเดิมก็พยายามขับปาดและเบียดเพื่อบีบให้ตนเสียหลักและเกิดอุบัติเหตุ จนกระทั่งมาถึงบริเวณหมู่บ้านแห่งหนึ่งรถคันดังกล่าวก็ขับเลี้ยวเข้าไป ซึ่งหลังเกิดเหตุตนได้จอดรถรอคู่กรณีอยู่หน้าหมู่บ้านนานเป็นชั่วโมงแต่ก็ไม่ยอมออกมา พร้อมกับแจ้งเรื่องให้ทาง รปภ.ของหมู่บ้าน แต่ก็ไม่สามารถติดตามคนขับคู่กรณีได้ จนในเวลาต่อมา ตนจึงเดินทางไปแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอให้ช่วยเหลือดำเนินการสืบหาหลักฐานจากกล้องวงจรปิดในถนนเส้นเกิดเหตุ
นอกจากนี้ จ.ท.ราชวัตร (สงวนนามสกุล) ยังบอกอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นอันตรายอย่างมากต่อตนเองและผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งตนยืนยันว่าในระหว่างที่ขับรถมาตามทาง ไม่ได้มีปัญหาหรือกระทยกระทั่งกับใคร แต่จู่ๆ รถยนต์คันดังกล่าวก็มาแสดงพฤติกรรมในลักษณะเช่นนี้ ซึ่งถือเป็นภัยต่อสังคม และอาจส่งผลทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็ดหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น ตนจึงอยากขอความช่วยเหลือจากประชาชน หรือพลเมืองดีที่อยู่ในช่วงระหว่างเกิดเหตุ หรือมีหลักฐานจากกล้องหน้ารถได้ช่วยส่งหลักฐานมาให้ เพื่อใช้เป็นเบาะแสและนำมาดำเนินคดีกับทางผู้ก่อเหตุ
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางตนทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว แต่อยากได้หลักฐานเพิ่มเติมเพื่อใช้มาประกอบการดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ พร้อมทั้งอยากฝากถึงทางคู่กรณีด้วยว่า หากทราบเรื่องก็อยากให้มาพูดคุยเจรจากัน และไม่อยากให้ไปทำพฤติกรรมในลักษณะเช่นนี้อีก เพราะถือเป็นอันตรายและอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นกับคนอื่น จนถึงขันสูญเสียได้ พร้อมทั้งอยากขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ช่วยสืบสวนติดตามหลักฐาน และเบาะแสของคนทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย


ร่วมแสดงความคิดเห็น