ชาวบ้านศรีดอนมูลโวย! เงินออมเกือบ 8 ล้านหายเกลี้ยง กองทุนหมู่บ้านเชียงแสนอ้างบริหารพลาด

ชาวบ้านศรีดอนมูลโวย! เงินออมเกือบ 8 ล้านหายเกลี้ยง กองทุนหมู่บ้านเชียงแสนอ้างบริหารพลาด สมาชิกเศร้ากอดสมุดเงินฝาก ถอนเงินไม่ได้

ชาวบ้านศรีดอนมูลกว่า 200 ราย รวมตัวร้องศูนย์ดำรงธรรมเชียงแสน หลังเงินออมทรัพย์ในกองทุนหมู่บ้านและสถาบันการเงินชุมชนหายลึกลับเกือบ 8 ล้านบาท เบิกถอนไม่ได้นานข้ามปี นายอำเภอมอบปลัดอาวุโสเร่งรัดหาทางออก แต่กรรมการยังไร้คำตอบชัดเจน ชาวบ้านน้ำตาคลอเผยเป็นเงินก้อนสุดท้ายในชีวิต ต้องกู้หนี้ยืมสินมาซื้อปุ๋ย-ส่งหลานเรียน

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ที่อาคารอเนกประสงค์บ้านศรีดอนมูล หมู่ที่ 9 ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย นายชูสวัสดิ์ สวัสดี นายอำเภอเชียงแสน ได้มอบหมายให้นายฤทธิเดช จรรยาพงษ์ ปลัดอาวุโส หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง เป็นประธานในการประชุมแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและสถาบันการเงินชุมชนบ้านศรีดอนมูล หมู่ที่ 9 หลังสมาชิกกว่า 200 ราย ประสบปัญหาไม่สามารถถอนเงินฝากออกจากบัญชีได้ โดยยอดความเสียหายรวมกว่า 7,993,166.65 บาท

นางพรศรี อายุ 69 ปี ชาวบ้าน ม.9 หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ครอบครัวตนมีบัญชีเงินฝากกับกองทุนรวมทั้งหมด 7 เล่ม ยอดเงินฝากประมาณ 4 แสนกว่าบาท ตอนนี้ถอนออกมาไม่ได้เลย ช่วงเดือน มี.ค. 68 ตนไปขอถอนเงินเพื่อจะนำไปลงทุนขายของเดือน เม.ย. แต่ถอนไม่ได้ โดยกรรมการบอกว่ามีคนมาถอนเยอะ คนที่กู้ไปก็ยังไม่นำมาส่งคืน ตอนนี้ลำบากมาก อยากได้เงินคืน เพื่อจะนำไปลงทุนค้าขายและลงทุนการเกษตร

นางวรภา อายุ 66 ปี ชาวบ้าน ม.12 ระบุว่า ตนเดือดร้อนอย่างหนักเนื่องจากต้องการเงินไปใช้จ่ายในครัวเรือนและเป็นค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ แต่กลับถูกปฏิเสธการถอนเงินมาโดยตลอด ทำให้รู้สึกสิ้นหวังกับระบบการบริหารจัดการของคณะกรรมการกองทุนฯ ครอบครัวของตนมีบัญชีเงินฝากรวมกันถึง 5 บัญชี ยอดรวมเกือบ 500,000 บาท ที่ผ่านมาเคยขอถอนออกมาได้เพียง 100,000 บาท แต่ยังคงค้างอยู่อีกเกือบ 400,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่สะสมมาจากการทำนาและค้าขาย

“แม่มั่นใจเพราะเขาบอกว่าสถาบันนี้ขึ้นกับธนาคารออมสิน เลยเอาเงินมาฝากทุกปี หวังจะเอาไว้ใช้ตอนบั้นปลายชีวิต เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยเข้าโรงพยาบาล หรือเอามาลงทุนซื้อปุ๋ยทำนาและส่งหลานเรียนหนังสือ 2 คน แต่พอจะไปถอน กรรมการบอกว่าคนถอนเยอะเงินไม่มีให้ ต้องรอไปก่อน ตอนนี้ลำบากมาก ต้องไปซื้อชุดนักเรียนให้หลานก็ไม่มีเงิน” นางพรศรีกล่าวด้วยความอัดอั้น

จากการหารือ นายฤทธิเดช จรรยาพงษ์ ประธานในที่ประชุม สรุปเบื้องต้นว่ายังไม่สามารถหาทางออกที่ชัดเจนได้ในทันที เนื่องจากยอดเงินที่คณะกรรมการแจ้งในแต่ละครั้งไม่ตรงกัน จึงมีคำสั่งให้ผู้ตรวจสอบบัญชีเข้ามาตรวจสอบโดยละเอียดเพื่อให้ทราบยอดเงินที่แท้จริง พร้อมทั้งสั่งการให้คณะกรรมการกองทุนฯ กลับไปเจรจากับสมาชิกเพื่อทำแผนการจ่ายคืนเงินออมที่ชัดเจน ทั้งเรื่องจำนวนเงินและงวดการผ่อนผัน

สำหรับกรณีที่มีการร้องเรียนว่ามีการยักยอกเงินกองทุนโดยคณะกรรมการบางรายนั้น ชาวบ้านได้รวมตัวไปแจ้งความคณะกรรมการกองทุนรวม 10 คน ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเชียงแสน ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างการดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่สมาชิกที่ได้รับความเสียหายทุกคน

ด้าน ส.อ.นิกร ตัวแทนกลุ่มผู้เสียหาย กล่าวว่า สมาชิกส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและมีฐานะยากจน บางคนบ้านอยู่ไกลจากธนาคารหลักจึงนำเงินมาฝากไว้ที่นี่เพราะความไว้ใจ ปัจจุบันมีสมาชิกบางรายเสียชีวิตไปแล้ว 2-3 ราย โดยที่ยังไม่ได้รับเงินคืนแม้แต่บาทเดียว

“สิ่งที่ชาวบ้านต้องการไม่ใช่คำสัญญาปากเปล่า แต่ต้องการเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจนว่าจะคืนเงินให้กี่เปอร์เซ็นต์ ในระยะเวลาเท่าไหร่ แต่การพูดคุยในวันนี้กรรมการยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน อ้างเพียงจะพยายาม ซึ่งชาวบ้านไม่รู้ว่าต้องรอถึงเมื่อไหร่ ตอนนี้ต้องพึ่งพากระบวนการทางกฎหมายเพื่อให้พนักงานสอบสวนหาความยุติธรรม เพราะความเดือดร้อนนี้พิสูจน์ได้จากพยานหลักฐานจริง” ส.อ.นิกร ระบุ

ร่วมแสดงความคิดเห็น